DISPOSAL METHOD
วิธีการกำจัดกากอุตสาหกรรมมีอะไรบ้าง? ตารางเทียบ 8 แนวทางและขั้นตอนเลือก
กากชนิดเดียวกันอาจเหมาะกับการรีไซเคิล บำบัด เผา หรือฝังกลบต่างกันตามแหล่งกำเนิด สารปนเปื้อน และคุณสมบัติจริง บทความนี้ช่วยเทียบทางเลือกและวางขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางถึงปิดงาน

วิธีการกำจัดกากอุตสาหกรรมมีอะไรบ้าง? คำตอบแบบสั้น
วิธีจัดการกากอุตสาหกรรมแบ่งได้เป็น 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ คัดแยก ใช้ซ้ำ นำกลับไปใช้ประโยชน์หรือผลิตพลังงาน กู้คืนวัสดุ บำบัดทางชีวภาพหรือกายภาพเคมี ฝังกลบ เผาทำลาย และวิธีเฉพาะอื่น เช่น ส่งออกหรือหมักทำปุ๋ย การเลือกวิธีต้องเริ่มจากรหัสของเสีย แหล่งกำเนิด องค์ประกอบ ความเป็นอันตราย และเกณฑ์รับของผู้ดำเนินการ ไม่ควรเลือกจากชื่อกากหรือราคาเพียงอย่างเดียว
ลำดับการจัดการกากอุตสาหกรรม: เริ่มจากลด ไม่ใช่เริ่มจากทิ้ง
คำว่า ‘กำจัดกากอุตสาหกรรม’ มักถูกใช้รวมทุกทางออกของของเสีย แต่ในทางปฏิบัติ โรงงานควรพิจารณาตามลำดับจากการป้องกันและลดการเกิด ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ประโยชน์ กู้คืนพลังงาน บำบัด และกำจัดขั้นสุดท้าย การมองเป็นลำดับช่วยรักษาวัตถุดิบ ลดการปนเปื้อน และลดปริมาณที่ต้องเผาหรือฝังกลบ
กรมโรงงานอุตสาหกรรมส่งเสริมหลัก 3Rs ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและลดของเสียที่ต้องฝังกลบ อย่างไรก็ตาม ทางเลือกที่อยู่สูงกว่าไม่ได้เหมาะกับของเสียทุกล็อต ความปลอดภัย คุณภาพวัตถุดิบทดแทน ข้อกำหนดทางกฎหมาย และความสามารถจริงของผู้รับดำเนินการยังต้องผ่านการตรวจสอบ
| ลำดับ | แนวทาง | คำถามที่โรงงานควรถาม |
|---|---|---|
| 1 | ลดการเกิด (Reduce) | เปลี่ยนสูตร ขั้นตอน หรือการควบคุมกระบวนการเพื่อลดกากได้หรือไม่ |
| 2 | ใช้ซ้ำ (Reuse) | วัสดุหรือภาชนะกลับไปใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ |
| 3 | รีไซเคิลหรือกู้คืน (Recycle/Recovery) | แยกวัสดุ ตัวทำละลาย โลหะ หรือน้ำมันกลับมาใช้ได้หรือไม่ |
| 4 | ใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน | ค่าความร้อน ความชื้น เถ้า และสารปนเปื้อนผ่านเกณฑ์ของระบบหรือไม่ |
| 5 | บำบัด (Treatment) | ต้องลดพิษ แยกน้ำ ปรับ pH หรือตรึงสารก่อนส่งต่อหรือไม่ |
| 6 | กำจัดขั้นสุดท้าย | ส่วนที่เหลือควรเผาทำลายหรือฝังกลบในระบบประเภทใด |
ตาราง 8 วิธีการกำจัดและจัดการกากอุตสาหกรรม
ระบบคำขออนุญาตของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแสดงรหัสวิธีจัดการ 3 หลักหลายรายการ ตั้งแต่ 011 ถึง 085 ตารางนี้จัดกลุ่มเพื่อช่วยทำความเข้าใจภาพรวม รหัสที่ต้องใช้จริงต้องตรวจให้ตรงกับวิธีของผู้รับดำเนินการและเงื่อนไขของของเสียแต่ละรายการ
| กลุ่มวิธี | ตัวอย่างรหัส | เหมาะกับสถานการณ์ใด | ประเด็นที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|---|
| 1. คัดแยก | 011 | วัสดุหลายชนิดที่คัดแยกเพื่อส่งต่อได้ | การปนเปื้อน ปลายทางหลังคัดแยก และของตกค้าง |
| 2. ใช้ซ้ำหรือส่งคืน | 031–039 | วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ หรือส่งกลับผู้ขาย | สภาพวัสดุ วัตถุประสงค์เดิม ผู้รับคืน และความปลอดภัย |
| 3. ใช้ประโยชน์หรือพลังงาน | 041–049 | ของเสียที่เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบทดแทนได้ | ค่าความร้อน ความชื้น เถ้า ฮาโลเจน โลหะ และเกณฑ์ปลายทาง |
| 4. กู้คืนวัสดุ | 051–059 | ตัวทำละลาย โลหะ กรด ด่าง ตัวเร่ง ถ่านกัมมันต์ เรซิน หรือทรายหล่อ | ความเข้มข้น สิ่งเจือปน ผลผลิตที่กู้คืนได้ และกากหลังฟื้นฟู |
| 5. บำบัด | 061–069 | น้ำเสีย ของเสียอินทรีย์ หรือกากที่ต้องลดพิษและปรับคุณสมบัติ | พารามิเตอร์ออกแบบ สารรบกวนระบบ และผลหลังบำบัด |
| 6. ฝังกลบ | 071–073 | กากที่ไม่เหมาะกับการใช้ประโยชน์และผ่านเกณฑ์รับของหลุมฝังกลบ | อันตรายหรือไม่อันตราย ของเหลวอิสระ และการปรับเสถียร |
| 7. เผาทำลาย | 074–076 | ของเสียที่ต้องทำลายสารอินทรีย์หรือไม่เหมาะกับการกู้คืน | ชนิดเตา อุณหภูมิ มลพิษอากาศ เถ้า และข้อจำกัดการรับ |
| 8. วิธีเฉพาะอื่น | 081–085 | ส่งออก ถมที่ตามเงื่อนไข หมักทำปุ๋ย อาหารสัตว์ หรือโครงการทดลอง | คุณสมบัติเฉพาะ เอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอบเขตการอนุญาต |
รหัสของเสีย 6 หลักบอกประเภทและแหล่งกำเนิด ส่วนรหัสวิธีจัดการ 3 หลักบอกสิ่งที่จะทำกับของเสีย ทั้งสองรหัสต้องสัมพันธ์กับของจริงและขอบเขตของผู้รับดำเนินการ
ก่อนเลือกวิธี ต้องจำแนกกากจากแหล่งกำเนิดและคุณสมบัติจริง
คำว่า ‘กากตะกอน’ ‘เศษพลาสติก’ หรือ ‘น้ำมันดำ’ เป็นเพียงชื่อเรียกเบื้องต้น กากตะกอนจากระบบชีวภาพต่างจากตะกอนชุบโลหะ พลาสติกตัดใหม่ต่างจากพลาสติกเปื้อนตัวทำละลาย และน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วต่างจากน้ำปนน้ำมัน วิธีจัดการจึงเปลี่ยนได้แม้รูปลักษณ์คล้ายกัน
เริ่มจากระบุจุดกำเนิด วัตถุดิบและสารที่สัมผัส สภาพของเสีย ปริมาณต่อเดือน ภาชนะ และเหตุการณ์ผิดปกติ จากนั้นเลือกรหัสของเสีย 6 หลักและประเมินความเป็นอันตราย หากข้อมูลกระบวนการไม่พอหรือปลายทางต้องใช้ค่าเฉพาะ จึงวางแผนเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ที่เป็นตัวแทนของล็อต
- ผังกระบวนการและจุดที่ทำให้เกิดของเสีย
- SDS ฉลาก สูตรวัตถุดิบ และสารทำความสะอาดที่เกี่ยวข้อง
- รูปถ่ายสี สภาพ การแยกชั้น ของเหลวอิสระ และสิ่งแปลกปลอม
- รหัสของเสีย 6 หลักและเหตุผลที่เลือก
- สถานะของเสียอันตรายหรือไม่อันตรายพร้อมหลักฐาน
- ผลวิเคราะห์ที่ตรงกับคำถามของวิธีจัดการและเกณฑ์รับของปลายทาง
การใช้ซ้ำ รีไซเคิล และกู้คืนต่างกันอย่างไร
การใช้ซ้ำคือการนำวัสดุหรือภาชนะกลับไปใช้ตามวัตถุประสงค์เดิม เช่น ภาชนะที่ผ่านเงื่อนไขกลับไปบรรจุใหม่ การรีไซเคิลคือการแปรรูปเป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนการกู้คืนคือการแยกสารหรือทรัพยากรที่มีค่า เช่น กลั่นตัวทำละลาย คืนสภาพกรดด่าง กู้โลหะ หรือคืนสภาพถ่านกัมมันต์
ทางเลือกเหล่านี้มักต้องการของเสียที่สม่ำเสมอและแยกสะอาด โรงงานจึงควรป้องกันน้ำฝน เศษอาหาร ผงฝุ่น และสารคนละชนิดไม่ให้ปะปน วัสดุที่ขายได้หรือมีมูลค่ายังอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว จึงต้องตรวจสถานะและเอกสารก่อนนำออก
| กาก | ทางเลือกตั้งต้น | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|---|
| ตัวทำละลายใช้แล้ว | กลั่นหรือคืนสภาพตัวทำละลาย | ชนิดสาร น้ำ ของแข็ง ฮาโลเจน และการผสมข้ามชนิด |
| เศษโลหะและกากโลหะ | คัดแยกหรือกู้คืนโลหะ | ชนิดโลหะ สารเคลือบ น้ำมัน และโลหะหนัก |
| ถ่านกัมมันต์ใช้แล้ว | คืนสภาพหรือส่งจัดการตามสารที่ดูดซับ | ระบบที่ใช้ สารที่ดูดซับ ความชื้น และความเสี่ยงติดไฟ |
| ถังและ IBC | ใช้ซ้ำ คืนผู้ขาย หรือปรับสภาพ | สารเดิม ปริมาณตกค้าง สภาพวาล์ว และการยืนยันการล้าง |
การทำเชื้อเพลิงและวัตถุดิบทดแทนเหมาะกับกากแบบใด
ของเสียที่มีพลังงานอาจใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนโดยตรง ผ่านการทำเชื้อเพลิงผสม หรือใช้ในระบบผลิตพลังงานตามรหัสและขอบเขตที่รองรับ ส่วนของเสียแร่หรือองค์ประกอบบางชนิดอาจใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนในเตาอุตสาหกรรมซีเมนต์ได้ แต่คำว่า ‘เผาได้’ ยังไม่เท่ากับ ‘ผ่านเกณฑ์รับ’
ปลายทางมักพิจารณาค่าความร้อน ความชื้น เถ้า คลอรีนหรือฮาโลเจน กำมะถัน โลหะหนัก ขนาดชิ้น และความสม่ำเสมอ ของเสียเปียกมาก มีโลหะหรือวัสดุเฉื่อยสูง หรือมีองค์ประกอบที่กระทบเตาและคุณภาพผลิตภัณฑ์อาจถูกปฏิเสธหรือต้องเตรียมสภาพก่อน
อย่าเติมวัสดุอื่นเพื่อให้ผลผ่านเกณฑ์โดยไม่มีการประเมิน กระบวนการผสมเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบต้องอยู่ในขอบเขตของผู้ดำเนินการและควบคุมสูตรอย่างเหมาะสม
การบำบัดทางชีวภาพ กายภาพ และเคมีใช้เมื่อไร
การบำบัดมีเป้าหมายเปลี่ยนคุณสมบัติของเสีย ลดความเป็นพิษ แยกสาร หรือทำให้เหมาะกับขั้นตอนถัดไป วิธีชีวภาพเหมาะกับสารอินทรีย์ที่จุลินทรีย์ย่อยได้ภายใต้สภาวะควบคุม วิธีทางกายภาพใช้การแยก กรอง ตกตะกอน ระเหย หรือรีดน้ำ ส่วนวิธีเคมีและเคมีกายภาพอาจใช้ปรับ pH ตกตะกอน ออกซิไดซ์ รีดิวซ์ หรือแยกสารละลาย
การปรับเสถียรและทำให้เป็นก้อนแข็งช่วยลดการเคลื่อนที่ของสารก่อนฝังกลบอย่างปลอดภัย แต่ไม่ได้ทำให้มวลสารหายไป โรงงานจึงต้องทราบทั้งคุณภาพก่อนบำบัด ผลหลังบำบัด และทางออกของตะกอน น้ำ หรือกากรองที่เกิดใหม่จากกระบวนการ
| วิธี | ตัวอย่างเป้าหมาย | ข้อจำกัดที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| ชีวภาพ | ลดสารอินทรีย์ในน้ำเสียหรือผลิตก๊าซชีวภาพ | สารพิษ ความเค็ม pH และความผันผวนของน้ำเสีย |
| กายภาพ | แยกของแข็ง ลดน้ำ กรอง หรือแยกชั้น | ไม่ได้ทำลายสารปนเปื้อนและยังมีกากเข้มข้นเหลือ |
| เคมี/เคมีกายภาพ | ปรับ pH ตกตะกอนโลหะ หรือทำลายสารบางชนิด | ต้องกำหนดสารเคมี ปฏิกิริยา และจัดการตะกอนที่เกิด |
| ปรับเสถียร/ตรึง | ลดการชะละลายก่อนฝังกลบ | น้ำหนักและปริมาตรเพิ่ม และต้องยืนยันคุณภาพหลังทำ |
เผาเป็นพลังงานกับเผาทำลายไม่ใช่วิธีเดียวกัน
การเผาเพื่อใช้ประโยชน์ด้านพลังงานมุ่งกู้คืนพลังงานจากของเสียที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ส่วนการเผาทำลายมุ่งทำลายสารอินทรีย์หรือของเสียที่ไม่เหมาะกับการกู้คืน ระบบอาจเป็นเตาเฉพาะสำหรับของเสียไม่อันตราย เตาเผาของเสียอันตราย หรือการเผาร่วมในเตาอุตสาหกรรมซีเมนต์ตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาต
ข้อมูลสำคัญได้แก่ค่าความร้อน ความชื้น เถ้า ฮาโลเจน โลหะ จุดวาบไฟ และองค์ประกอบที่อาจเกิดมลพิษอากาศ ปลายทางต้องควบคุมการเผาและมลพิษตามระบบของตน ส่วนเถ้าหรือวัสดุคงเหลือยังต้องถูกจำแนกและจัดการต่อ ไม่ควรสรุปว่าการเผาทำให้ไม่มีของเสียเหลือเลย
ฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลและฝังกลบอย่างปลอดภัยต่างกันอย่างไร
รหัส 071 ใช้กับการฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลสำหรับวัสดุที่ไม่ใช้แล้วซึ่งไม่เป็นของเสียอันตราย ส่วนรหัส 072 คือฝังกลบอย่างปลอดภัย และรหัส 073 คือฝังกลบอย่างปลอดภัยหลังปรับเสถียรหรือทำให้เป็นก้อนแข็ง การเลือกระหว่างสามวิธีจึงต้องยืนยันสถานะอันตรายและคุณสมบัติของกากก่อน
กากที่มีของเหลวอิสระ สูงด้วยสารชะละลาย หรือเกิดปฏิกิริยาได้อาจต้องลดน้ำหรือปรับสภาพก่อน ปลายทางควรมีระบบรองรับชนิดกากจริง โรงงานควรเก็บผลวิเคราะห์ น้ำหนัก ใบชั่ง เอกสารขนส่ง และหลักฐานรับจัดการให้เชื่อมกับล็อตเดียวกัน
ตัวอย่างกากอุตสาหกรรมและวิธีที่ควรเริ่มประเมิน
ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับตั้งคำถาม ไม่ใช่คำตัดสินปลายทาง กากชนิดเดียวกันอาจเปลี่ยนวิธีเมื่อสูตรการผลิต สารปนเปื้อน ความชื้น หรือผลวิเคราะห์เปลี่ยน
| ของเสีย | ทางเลือกที่ควรประเมิน | ข้อมูลชี้ขาด |
|---|---|---|
| เศษโลหะสะอาด | คัดแยกและรีไซเคิล | ชนิดโลหะ สี น้ำมัน สารชุบ และสิ่งเจือปน |
| พลาสติกจากการผลิต | รีไซเคิล วัตถุดิบหรือเชื้อเพลิงทดแทน | ชนิดเรซิน ความสะอาด PVC/ฮาโลเจน และความชื้น |
| ตัวทำละลายใช้แล้ว | กลั่นคืนสภาพ ทำเชื้อเพลิง หรือเผาทำลาย | องค์ประกอบ น้ำ ของแข็ง ฮาโลเจน และจุดวาบไฟ |
| น้ำมันใช้แล้ว | กู้คืน ใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน หรือบำบัด | ชนิดน้ำมัน น้ำ ตะกอน สารเติมแต่ง และโลหะ |
| น้ำเสียอุตสาหกรรม | บำบัดชีวภาพ กายภาพ หรือเคมีกายภาพ | pH, COD, โลหะ น้ำมัน ความเค็ม และสารยับยั้ง |
| กากตะกอน | ลดน้ำ กู้คืนโลหะ ปรับเสถียร เผา หรือฝังกลบ | แหล่งกำเนิด ความชื้น โลหะหนัก อินทรีย์ และการชะละลาย |
| ผ้าและวัสดุปนเปื้อน | กู้พลังงาน เผาทำลาย หรือจัดการเฉพาะ | สารที่เปื้อน ของเหลวอิสระ ค่าความร้อน และสารทำปฏิกิริยา |
| สารเคมีหมดอายุ | คืนผู้ขาย กู้คืน บำบัด หรือเผาทำลาย | ชื่อสาร ความเข้มข้น สภาพภาชนะ SDS และความเข้ากันได้ |
ขั้นตอนการกำจัดกากอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นทางถึงจัดการแล้วเสร็จ
ประกาศการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้ก่อกำเนิดจึงควรติดตามงานต่อเนื่อง ไม่จบหน้าที่ทันทีเมื่อรถออกจากโรงงาน ขั้นตอนที่ดีต้องเชื่อมข้อมูลของเสีย การอนุญาต รถ ผู้รับดำเนินการ และหลักฐานผลสุดท้ายเข้าด้วยกัน
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ผลลัพธ์ที่ควรได้ |
|---|---|---|
| 1. แยกที่ต้นทาง | ไม่เทรวมและระบุจุดกำเนิด | ล็อตของเสียที่ตรวจย้อนกลับได้ |
| 2. จำแนก | กำหนดรหัส 6 หลักและสถานะอันตราย | ทะเบียนของเสียพร้อมเหตุผล |
| 3. ตรวจข้อมูล | รวบรวม SDS รูปถ่ายและผลวิเคราะห์เมื่อจำเป็น | ชุดข้อมูลสำหรับเทียบเกณฑ์รับ |
| 4. เลือกวิธี | เทียบใช้ซ้ำ กู้คืน บำบัด เผา และฝังกลบ | รหัสวิธีจัดการที่สัมพันธ์กับของเสีย |
| 5. ตรวจผู้รับ | ตรวจขอบเขตผู้ขนส่ง รถ และผู้รับดำเนินการ | เส้นทางและผู้เกี่ยวข้องที่รองรับรายการ |
| 6. ขออนุญาต | ดำเนินการ กอ.1 หรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง | สถานะอนุญาตก่อนนำออก |
| 7. เตรียมขนส่ง | ตรวจภาชนะ ฉลาก น้ำหนัก จุดโหลด และแผนฉุกเฉิน | ของเสียพร้อมส่งตรงกับเอกสาร |
| 8. ติดตาม Manifest | ตรวจ กอ.2 รถ น้ำหนัก ผู้รับ และสถานะเที่ยว | หลักฐานตั้งแต่รับมอบจนถึงปลายทาง |
| 9. ปิดงาน | ตรวจผลจัดการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง | หลักฐานว่าของเสียได้รับการจัดการแล้วเสร็จ |
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอราคา
การขอราคาโดยส่งเพียงชื่อกากและน้ำหนักทำให้ผู้ประเมินต้องเผื่อความเสี่ยง หรือให้ราคาได้เพียงช่วงกว้าง ชุดข้อมูลที่ครบช่วยคัดวิธีและปลายทางได้เร็วขึ้น รวมถึงลดโอกาสเปลี่ยนรถ ภาชนะ หรือค่าใช้จ่ายในวันรับงาน
- ชื่อของเสีย ชื่อภายใน และรหัสของเสีย 6 หลักที่ใช้อยู่
- กระบวนการ จุดกำเนิด วัตถุดิบ และสารที่สัมผัส
- สถานะของเสีย สี กลิ่น ความชื้น การแยกชั้น และของเหลวอิสระ
- SDS ฉลากเดิม สูตร หรือรายการองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง
- ผลวิเคราะห์พร้อมวันที่ ห้องปฏิบัติการ และวิธีเก็บตัวอย่าง
- ปริมาณต่อเที่ยวและต่อเดือน ขนาดภาชนะ และจำนวนหน่วย
- รูปถ่ายของเสีย ภาชนะ ฉลาก พื้นที่เก็บ และจุดที่รถเข้าถึง
- จังหวัด ระยะสายดูด อุปกรณ์ยก เวลารับงาน และข้อจำกัดความปลอดภัย
- วิธีจัดการเดิม เอกสารอนุญาต และเหตุผลที่ต้องการเปลี่ยนวิธีหรือผู้รับ
ปัจจัยด้านราคาและข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
ต้นทุนรวมเกิดจากวิธีจัดการ น้ำหนัก คุณสมบัติ ภาชนะ รถ อุปกรณ์ยก ระยะทาง ผลวิเคราะห์ และจำนวนเที่ยว ไม่ใช่ค่ากำจัดต่อตันเพียงรายการเดียว กากที่มีน้ำมากหรือปนวัสดุสะอาดอาจทำให้น้ำหนักเพิ่ม ขณะที่ล็อตเล็กและจุดโหลดเข้าถึงยากทำให้ต้นทุนขนส่งต่อหน่วยสูงขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือรวมของเสียคนละชนิด เลือกรหัสตามชื่อเรียก ส่งผลวิเคราะห์เก่าที่ไม่แทนของจริง เลือกปลายทางจากราคาก่อนตรวจขอบเขต และไม่ติดตามสถานะหลังรถออก การแก้ปัญหาที่ต้นทางมักประหยัดกว่าการเปลี่ยนวิธีจัดการเมื่อถึงวันรับงาน
| ความผิดพลาด | ผลกระทบ | วิธีลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ปล่อยน้ำฝนเข้ากาก | น้ำหนักเพิ่ม ค่าความร้อนลด และขนส่งน้ำโดยไม่จำเป็น | คลุมพื้นที่และใช้ภาชนะปิด |
| เทรวมหลายสาร | เสียทางเลือกกู้คืนและต้องตรวจเพิ่ม | แยกตามแหล่งกำเนิดและติดรหัสล็อต |
| ข้อมูลไม่ตรงของจริง | ปลายทางปฏิเสธหรือเปลี่ยนราคา | ยืนยันรูปถ่าย ตัวอย่าง และเอกสารชุดเดียวกัน |
| เลือกผู้รับจากราคาต่ำสุด | เสี่ยงวิธีและขอบเขตไม่ตรง | ตรวจผู้ขนส่ง ผู้รับ และหลักฐานปลายทางก่อน |
| ไม่ติดตามงานหลังขน | เอกสารค้างและตรวจย้อนกลับไม่ได้ | กำหนดผู้รับผิดชอบตรวจ Manifest จนจัดการแล้วเสร็จ |
เช็กลิสต์ 12 ข้อก่อนยืนยันวิธีกำจัดกากอุตสาหกรรม
ใช้เช็กลิสต์นี้ก่อนอนุมัติผู้รับและก่อนนัดรถ หากข้อใดยังไม่ชัด ให้แยกกักล็อตนั้นและระบุว่ารอตรวจ แทนการส่งด้วยข้อมูลคาดเดา
- รหัสของเสีย 6 หลักตรงกับกระบวนการและของจริง
- ยืนยันแล้วว่าเป็นของเสียอันตรายหรือไม่อันตราย
- SDS รูปถ่ายและผลวิเคราะห์เป็นข้อมูลของล็อตปัจจุบัน
- เปรียบเทียบทางเลือกใช้ซ้ำ รีไซเคิล กู้คืน และบำบัดก่อนกำจัดขั้นสุดท้าย
- รหัสวิธีจัดการ 3 หลักตรงกับสิ่งที่ผู้รับจะดำเนินการจริง
- ผู้รับดำเนินการมีขอบเขตและเงื่อนไขรองรับของเสียรายการนี้
- ผู้ขนส่ง รถ และอุปกรณ์เหมาะกับสถานะและภาชนะ
- การอนุญาตและข้อมูล กอ.1 พร้อมก่อนนำออก
- ภาชนะปิดสนิท ฉลากครบ และไม่มีของเสียที่เข้ากันไม่ได้ปนกัน
- น้ำหนัก จำนวนภาชนะ และรหัสล็อตตรงกับ กอ.2 หรือเอกสารเที่ยว
- มีผู้รับผิดชอบตรวจสถานะรับมอบและผลจัดการปลายทาง
- เก็บเอกสารและหลักฐานให้เชื่อมกับล็อตได้ตลอดเส้นทาง
ให้ WE RICH P ช่วยเลือกวิธีและประสานกำจัดกากอุตสาหกรรม
ส่งชื่อกาก กระบวนการ รหัสที่ใช้อยู่ ปริมาณ ภาชนะ จังหวัด รูปถ่าย SDS และผลวิเคราะห์ที่มี ทีม WE RICH P จะช่วยตรวจความครบถ้วนเบื้องต้น เปรียบเทียบแนวทางจัดการ และประสานรถกับผู้รับดำเนินการที่รองรับของเสียจริง
หากยังไม่ทราบรหัสหรือวิธีที่เหมาะสม สามารถส่งข้อมูลเท่าที่มีพร้อมระบุส่วนที่ยังไม่ทราบ ทีมงานจะช่วยจัดรายการข้อมูลหรือผลวิเคราะห์ที่ควรเติมก่อนประเมินราคาและนัดเข้ารับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีการกำจัดกากอุตสาหกรรม
วิธีการกำจัดกากอุตสาหกรรมมีกี่วิธี?
หากจัดเป็นกลุ่มใหญ่ สามารถแบ่งได้ 8 กลุ่ม ได้แก่ คัดแยก ใช้ซ้ำ ใช้ประโยชน์หรือพลังงาน กู้คืนวัสดุ บำบัด ฝังกลบ เผาทำลาย และวิธีเฉพาะอื่น ระบบกรมโรงงานอุตสาหกรรมแยกเป็นรหัสวิธีจัดการ 3 หลักย่อยหลายรายการตามสิ่งที่จะทำกับของเสีย
รหัสของเสีย 6 หลักกับรหัสวิธีจัดการ 3 หลักต่างกันอย่างไร?
รหัส 6 หลักใช้ระบุประเภทของเสียและเชื่อมกับแหล่งกำเนิด ส่วนรหัส 3 หลักระบุวิธีที่ผู้รับจะใช้จัดการ เช่น กู้คืน บำบัด เผา หรือฝังกลบ ทั้งสองรหัสต้องสัมพันธ์กับของเสียและขอบเขตผู้รับดำเนินการ
เผาเป็นพลังงานกับเผาทำลายต่างกันอย่างไร?
เผาเป็นพลังงานมุ่งกู้คืนพลังงานจากของเสียที่ผ่านเกณฑ์ ส่วนเผาทำลายมุ่งทำลายสารหรือของเสียในเตาที่รองรับ ความชื้น ค่าความร้อน ฮาโลเจน โลหะ และชนิดเตาเป็นปัจจัยสำคัญ
กากอุตสาหกรรมทุกชนิดทำเชื้อเพลิง RDF ได้หรือไม่?
ไม่ได้ ของเสียต้องมีคุณสมบัติเหมาะกับระบบรับ เช่น ค่าความร้อน ความชื้น เถ้า ฮาโลเจน โลหะและขนาดชิ้น วัสดุเปียกมาก ปนสารต้องห้าม หรือไม่สม่ำเสมออาจไม่ผ่านเกณฑ์
กากตะกอนควรฝังกลบเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป ต้องดูแหล่งกำเนิด ความชื้น สารอินทรีย์ โลหะหนัก ความเป็นอันตราย และการชะละลาย บางกากอาจลดน้ำ กู้คืน บำบัด เผา ปรับเสถียร หรือฝังกลบตามผลประเมิน
ของเสียที่ขายหรือรีไซเคิลได้ต้องขออนุญาตนำออกหรือไม่?
มูลค่าหรือการขายได้ไม่ใช่เกณฑ์ยกเว้นอัตโนมัติ ต้องตรวจว่ารายการอยู่ในขอบเขตประกาศ เงื่อนไขยกเว้น การอนุญาต และเอกสารที่ใช้กับโรงงานและผู้รับรายนั้นอย่างไร
เลือกวิธีกำจัดที่ราคาต่ำที่สุดได้หรือไม่?
ควรเปรียบเทียบต้นทุนหลังยืนยันว่ารหัส วิธี ผู้ขนส่ง และผู้รับดำเนินการรองรับของเสียจริงแล้ว ราคาต่ำแต่ข้อมูลหรือขอบเขตไม่ตรงอาจทำให้ถูกปฏิเสธ เปลี่ยนราคา หรือมีความเสี่ยงด้านเอกสาร
ความรับผิดของโรงงานสิ้นสุดเมื่อรถรับกากออกไปแล้วหรือไม่?
ไม่ควรถือว่าสิ้นสุดเมื่อรถออก ประกาศ พ.ศ. 2566 ใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบ โรงงานควรติดตาม Manifest การรับมอบ และหลักฐานว่าของเสียได้รับการจัดการแล้วเสร็จ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 20 ตุลาคม 2569
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — รหัสการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
รายการรหัสวิธีจัดการ 011–085 ครอบคลุมคัดแยก ใช้ซ้ำ ใช้ประโยชน์ กู้คืน บำบัด ฝังกลบ เผา และวิธีเฉพาะ
- กระทรวงอุตสาหกรรม — ประกาศการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566
หน้าที่ผู้ก่อกำเนิด การจำแนก แยกเก็บ การอนุญาต การขนส่ง และความรับผิดจนจัดการแล้วเสร็จ
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — ประกาศการแจ้งรายละเอียดแสดงการจัดการ พ.ศ. 2566
ขั้นตอนและข้อมูลในเอกสารแสดงการจัดการแบบ กอ.2 ของผู้ก่อกำเนิด ผู้ขนส่ง และผู้รับดำเนินการ
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกาก
ภาพรวมความรับผิดของผู้ก่อกำเนิดตั้งแต่ต้นทางจนของเสียได้รับการจัดการแล้วเสร็จ
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — การจัดการของเสียตามหลัก 3Rs และ Zero Waste to Landfill
แนวทาง Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อใช้ทรัพยากรคุ้มค่าและลดของเสียที่ต้องฝังกลบ

