PLASTIC & RDF

เศษพลาสติกจากโรงงานแบบไหนขายได้? แบบไหนนำไปผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้

แยกให้ออกระหว่างวัสดุที่ควรประเมินเพื่อรีไซเคิล วัสดุที่อาจเหมาะกับเชื้อเพลิง RDF และของเสียที่ต้องตรวจจำแนกก่อนเลือกปลายทาง

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยตรวจพื้นที่คัดแยกเศษพลาสติกสะอาดและวัสดุพลาสติกผสมสำหรับประเมิน RDF ในโรงงาน
การแยกวัสดุตามชนิด แหล่งกำเนิด และระดับการปนเปื้อน ช่วยให้ประเมินทางเลือกรีไซเคิลหรือ RDF ได้ชัดเจนขึ้นภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพการดำเนินงานจริงของบริษัท

เศษพลาสติกโรงงานขายได้ไหม? เริ่มจากคำตอบนี้

เศษพลาสติกโรงงานที่รู้ชนิด แยกเป็นล็อต สะอาด แห้ง และมีสิ่งปนเปื้อนต่ำ มักมีข้อมูลพร้อมสำหรับประเมินการรับซื้อหรือรีไซเคิลก่อน ส่วนพลาสติกหรือวัสดุผสมที่รีไซเคิลเชิงวัสดุได้ยาก แต่อยู่ในกลุ่มของเสียไม่อันตรายและเผาไหม้ได้ อาจส่งประเมินเพื่อผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้ ทั้งสองทางต้องตรวจคุณสมบัติ ปริมาณ การขนส่ง และเกณฑ์ของผู้รับปลายทางเป็นรายกรณี จึงยังสรุปไม่ได้จากคำว่า ‘พลาสติก’ หรือรูปถ่ายเพียงอย่างเดียว

เศษพลาสติกจากโรงงานมี 3 แนวทางหลัก

คำถามว่าเศษพลาสติกโรงงานขายได้ไหม ควรเริ่มจากการจำแนกวัสดุจริง ไม่ใช่เริ่มจากราคา เพราะพลาสติกที่หน้าตาคล้ายกันอาจเป็นคนละชนิด มีสารเติมแต่ง หรือผ่านกระบวนการที่ทำให้การปนเปื้อนต่างกัน

แนวทางเบื้องต้นมีสามกลุ่ม ได้แก่ นำกลับไปรีไซเคิลเชิงวัสดุ ประเมินเพื่อผลิตเชื้อเพลิง RDF และส่งตรวจจำแนกเพื่อเลือกวิธีบำบัดหรือกำจัด เมื่อข้อมูลไม่พอหรือมีการปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตราย

แยกแนวทางจากข้อมูลของเศษพลาสติกเบื้องต้น
ลักษณะวัสดุแนวทางที่ควรประเมินก่อนข้อมูลที่ต้องยืนยัน
เศษตัด ชิ้นงาน NG หรือเม็ดบดที่แยกชนิดและค่อนข้างสะอาดรับซื้อหรือนำกลับไปรีไซเคิลชนิดเรซิน สี สิ่งปนเปื้อน ปริมาณ และเกณฑ์ผู้รับ
ฟิล์ม บรรจุภัณฑ์ หรือวัสดุผสมที่รีไซเคิลเชิงวัสดุได้ยากคัดแยกเพิ่มหรือประเมินผลิต RDFความเป็นอันตราย ความชื้น ค่าความร้อน เถ้า คลอรีน และสิ่งปนเปื้อน
เปื้อนสี น้ำมัน สารเคมี หรือไม่ทราบประวัติตรวจจำแนกก่อนเลือกปลายทางสารที่ปน แหล่งกำเนิด SDS และผลวิเคราะห์เมื่อจำเป็น
ปนโลหะ แก้ว ดิน น้ำ หรือของที่เผาไหม้ไม่ได้จำนวนมากคัดแยกหรือเตรียมวัสดุเพิ่มความคุ้มค่าในการเตรียม คุณภาพหลังคัด และข้อกำหนดปลายทาง

ตารางนี้เป็นแนวทางเตรียมข้อมูล ไม่ใช่ผลรับซื้อ ผลจำแนกของเสีย หรือการยืนยันว่าปลายทางใดรับวัสดุได้

เศษพลาสติกแบบไหนมีโอกาสขายเพื่อรีไซเคิล

วัสดุที่เหมาะกับการประเมินรีไซเคิลมักมีข้อมูลย้อนกลับได้ว่าเป็นพลาสติกชนิดใด เกิดจากกระบวนการใด และมีสารอะไรสัมผัสหลังผลิต ตัวอย่างที่ส่งประเมินได้ ได้แก่ เศษตัดจากการผลิต ทางวิ่งหรือชิ้นงานฉีดพลาสติก ชิ้นงานไม่ได้มาตรฐาน ฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์ที่แยกเป็นล็อต

กรมควบคุมมลพิษใช้การแบ่งพลาสติก 7 กลุ่ม เช่น PET, HDPE, PVC, LDPE, PP, PS และ Other เป็นข้อมูลช่วยคัดแยก แต่รหัสหรือสัญลักษณ์บนชิ้นงานอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะขายได้ ผู้รับยังต้องดูเกรด สี สารเติมแต่ง ความสะอาด และคุณภาพของล็อตจริง

  • รู้ชนิดหรือเกรดพลาสติก และมีข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการต้นทาง
  • แยกชนิด สี และล็อต ไม่ปะปนวัสดุหลายกลุ่มโดยไม่จำเป็น
  • แห้งและมีสิ่งปนเปื้อนต่ำ ไม่มีเศษอาหาร ดิน โลหะ แก้ว หรือน้ำขัง
  • รูปทรงและการบรรจุเหมาะกับการรวบรวม ชั่งน้ำหนัก และขนย้าย
  • มีปริมาณต่อครั้งหรือรอบเกิดที่แจ้งได้ เพื่อประเมินรถและต้นทุนรวบรวม

RDF คืออะไร และพลาสติกแบบไหนอาจนำไปผลิตได้

RDF ย่อมาจาก Refuse Derived Fuel หรือเชื้อเพลิงขยะ เป็นวัสดุที่ผ่านการคัดแยกและแปรรูปให้มีคุณสมบัติเหมาะกับการใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน กรมโรงงานอุตสาหกรรมอธิบายว่ากระบวนการผลิต RDF ต้องมีทั้งการคัดแยก สับย่อย และอบไล่ความชื้น เพื่อให้ได้ขนาดและค่าความร้อนที่เหมาะสม จึงไม่ใช่การนำเศษพลาสติกทุกชนิดไปเผาโดยตรง

มอก. 3460-2565 ครอบคลุมเชื้อเพลิงที่ทำจากขยะชุมชนหรือกากอุตสาหกรรมไม่อันตราย เช่น เศษพลาสติก กระดาษ เศษยาง และวัสดุอื่นที่กำหนด แต่ไม่ครอบคลุมขยะอันตรายและขยะติดเชื้อ ดังนั้นวัสดุที่เปื้อนสารเคมี สี หรือน้ำมันจึงต้องตรวจข้อมูลการปนเปื้อนและจำแนกก่อน ไม่ควรสรุปเองว่าเหมาะกับ RDF

พลาสติกหรือวัสดุผสมที่เผาไหม้ได้และรีไซเคิลเชิงวัสดุได้ยากอาจเป็นผู้สมัครสำหรับการประเมิน RDF แต่ผู้รับปลายทางอาจกำหนดเกณฑ์ต่างกันทั้งค่าความร้อน ความชื้น ขนาด เถ้า คลอรีน โลหะหนัก และวัสดุที่ห้ามปน จึงต้องยืนยันตามล็อตและปลายทางจริง

โรงงานควรเริ่มจากตรวจว่าสามารถลดการเกิด ใช้ซ้ำ หรือนำวัสดุกลับไปรีไซเคิลได้หรือไม่ จากนั้นจึงประเมินการนำกลับคืนพลังงานหรือการจัดการรูปแบบอื่นตามคุณสมบัติของวัสดุ

รีไซเคิลกับ RDF ต่างกันอย่างไร

สองแนวทางนี้นำของเสียกลับไปใช้ประโยชน์คนละรูปแบบ การรีไซเคิลมุ่งนำวัสดุกลับเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วน RDF มุ่งเตรียมวัสดุที่เผาไหม้ได้ให้มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการใช้เป็นพลังงานทดแทน การเลือกจึงต้องดูทั้งคุณภาพวัสดุ ความเป็นอันตราย เทคโนโลยี และผู้รับปลายทาง

เปรียบเทียบข้อมูลที่ใช้ประเมินรีไซเคิลและ RDF
ประเด็นประเมินรีไซเคิลประเมิน RDF
เป้าหมายนำเนื้อพลาสติกกลับมาเป็นวัตถุดิบนำพลังงานจากวัสดุที่เตรียมแล้วกลับมาใช้
ข้อมูลสำคัญชนิดเรซิน เกรด สี ความสะอาด และความสม่ำเสมอความเป็นอันตราย ค่าความร้อน ความชื้น เถ้า คลอรีน ขนาด และสิ่งปนเปื้อน
วัสดุที่มักเริ่มประเมินเศษผลิตสะอาด ชิ้นงาน NG เศษตัด หรือเม็ดบดที่แยกชนิดวัสดุไม่อันตรายที่เผาไหม้ได้ แต่รีไซเคิลเชิงวัสดุได้ยาก
สิ่งที่ต้องระวังการปนชนิด สี สารเคมี น้ำ และวัสดุอื่นของเสียอันตราย วัสดุไม่เผาไหม้ ความชื้นสูง และสารที่เกินเกณฑ์ปลายทาง
ผลการประเมินรับซื้อ มีค่าเตรียมเพิ่ม หรือไม่เหมาะกับผู้รับรายนั้นเหมาะกับการเตรียม RDF ต้องตรวจเพิ่ม หรือควรใช้ปลายทางอื่น

ราคารับซื้อเศษพลาสติกโรงงานขึ้นอยู่กับอะไร

ราคาเศษพลาสติกไม่ได้ขึ้นกับชื่อชนิดพลาสติกอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่ประเมินได้ต้องหักงานคัดแยก เตรียมวัสดุ บรรจุ ยกขน ขนส่ง และเงื่อนไขของผู้รับปลายทาง ราคาตลาดและความต้องการวัตถุดิบยังเปลี่ยนตามช่วงเวลา จึงควรส่งข้อมูลชุดเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบข้อเสนอ

6 ปัจจัยหลักที่ใช้ประเมินการรับซื้อและขอบเขตงาน
ปัจจัยผลต่อการประเมินข้อมูลที่ควรแจ้ง
ชนิดและเกรดพลาสติกกำหนดกระบวนการและตลาดปลายทางที่เป็นไปได้รหัสเรซิน ชื่อเกรด สี และผลิตภัณฑ์ต้นทาง
ความสะอาดและสิ่งปนเปื้อนอาจเพิ่มงานคัด ล้าง ตรวจ หรือเปลี่ยนแนวทางจัดการสิ่งที่สัมผัสวัสดุ สัดส่วนโดยประมาณ และภาพระยะใกล้
ความชื้นเพิ่มน้ำหนักและอาจลดคุณภาพหรือความคุ้มค่าเก็บในร่มหรือกลางแจ้ง มีน้ำขังหรือผ่านการล้างหรือไม่
รูปแบบและการบรรจุมีผลต่อพื้นที่รถ การยกขน และการเตรียมวัสดุเป็นชิ้น ฟิล์ม ก้อน เม็ดบด ถุงใหญ่ กรง หรือพาเลต
ปริมาณและความสม่ำเสมอใช้วางแผนรอบรับ รถ และการรวมล็อตน้ำหนักต่อครั้ง ปริมาณต่อเดือน และความถี่ที่เกิด
สถานที่และการขนย้ายมีผลต่อต้นทุนรถ เวลา และอุปกรณ์จังหวัด ทางเข้า จุดโหลด รถยก และช่วงเวลาที่รถเข้าได้

บทความนี้ไม่ระบุราคาต่อกิโลกรัม เพราะราคาที่ใช้ได้จริงต้องอ้างอิงคุณภาพ ปริมาณ สถานที่ และเงื่อนไขในวันที่ประเมิน

พลาสติกปนเปื้อนขายได้หรือทำ RDF ได้ไหม

คำว่า ‘ปนเปื้อน’ ครอบคลุมตั้งแต่ฝุ่นและความชื้น ไปจนถึงสี น้ำมัน กาว สารเคมี และโลหะหนัก ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัย การจำแนกของเสีย คุณภาพการรีไซเคิล และคุณสมบัติเชื้อเพลิงต่างกัน จึงไม่ควรตัดสินจากสี กลิ่น หรือภาพถ่ายอย่างเดียว

ให้แยกล็อตที่เปื้อนออกจากวัสดุสะอาด รักษาฉลากหรือข้อมูลสารต้นทาง และแจ้งแหล่งกำเนิดอย่างตรงไปตรงมา หากเกี่ยวข้องกับสารเคมีควรแนบ SDS ของผลิตภัณฑ์ต้นทางและผลวิเคราะห์ที่มี ผู้ประเมินจึงจะพิจารณาได้ว่าต้องเก็บตัวอย่าง ตรวจเพิ่ม หรือเลือกการบำบัดและกำจัดแทน

PVC และวัสดุหลายชั้นไม่ควรถูกสรุปว่ารับหรือไม่รับจากชื่อเพียงอย่างเดียว เพราะชนิดสารเติมแต่ง ปริมาณคลอรีน วัสดุที่ประกบ และเกณฑ์ของปลายทางอาจต่างกัน ต้องประเมินตามคุณสมบัติจริง

เจ้าหน้าที่สวมถุงมือตรวจตัวอย่างเศษพลาสติกแข็งและฟิล์มพลาสติกที่แยกอยู่ในภาชนะคนละกลุ่ม
การแยกตัวอย่างตามชนิดและล็อตช่วยให้ตรวจความสะอาด ความชื้น และสิ่งปนเปื้อนได้เป็นระบบ ภาพประกอบสร้างด้วย AI

วิธีคัดแยกและจัดเก็บก่อนส่งประเมิน

การคัดแยกตั้งแต่จุดกำเนิดช่วยรักษาคุณภาพของวัสดุและลดเวลาตรวจสอบ ควรกำหนดวิธีร่วมกับฝ่ายผลิต คลัง สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เพื่อให้การรวบรวมไม่เพิ่มการปนเปื้อนหรือสร้างความเสี่ยงหน้างาน

  • แยกตามชนิดพลาสติก เกรด สี กระบวนการ และระดับการปนเปื้อน พร้อมกำหนดรหัสล็อต
  • เก็บในพื้นที่มีหลังคา ป้องกันฝนและน้ำขัง ใช้ถุง กรง พาเลต หรือภาชนะที่เหมาะกับรูปทรงและน้ำหนัก
  • ติดป้ายชื่อวัสดุ แหล่งกำเนิด วันที่เริ่มเก็บ และข้อมูลสิ่งที่อาจปน โดยไม่ใช้ชื่อกว้างเกินไปว่า ‘เศษพลาสติกรวม’
  • ป้องกันการปนโลหะ แก้ว ดิน เศษอาหาร ของเหลว และวัสดุที่ไม่ทราบแหล่งกำเนิด
  • ชั่งหรือประมาณปริมาณแยกตามล็อต และบันทึกความถี่ที่เกิดเพื่อช่วยวางแผนรอบรับ
  • ไม่ทดลองเผา ดม หลอม หรือผสมวัสดุเองเพื่อเดาชนิด ให้ใช้ข้อมูลกระบวนการและการตรวจที่เหมาะสม

เช็กลิสต์ 8 ข้อ ก่อนขอประเมินเศษพลาสติกโรงงาน

เริ่มขอประเมินได้จากข้อมูลที่มี หากไม่ทราบชนิดหรือสิ่งปนเปื้อนข้อใดให้ระบุว่าไม่ทราบ เพื่อให้ทีมงานช่วยกำหนดข้อมูลหรือตัวอย่างที่ต้องตรวจเพิ่มโดยไม่ต้องเดา

  • ชื่อวัสดุ ชนิดหรือรหัสพลาสติก เกรด และสี ถ้าทราบ
  • กระบวนการที่ทำให้เกิด เช่น เศษตัด ทางวิ่ง ชิ้นงาน NG ฟิล์ม หรือบรรจุภัณฑ์
  • สิ่งที่สัมผัสหรืออาจปน เช่น น้ำ สี น้ำมัน กาว สารเคมี โลหะ หรือวัสดุอื่น
  • ปริมาณต่อครั้งหรือต่อเดือน พร้อมหน่วย จำนวนภาชนะ และความถี่
  • รูปแบบวัสดุและการบรรจุ เช่น ชิ้น ฟิล์ม เม็ดบด ถุงใหญ่ กรง หรือพาเลต
  • ภาพรวมกองหรือภาชนะ ภาพระยะใกล้ และภาพฉลากหรือรหัสวัสดุ
  • จังหวัด จุดโหลด ทางเข้า อุปกรณ์ยกขน และช่วงเวลาที่รถเข้าพื้นที่ได้
  • เอกสารที่มี เช่น SDS ผลวิเคราะห์ หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ต้นทาง โดยเฉพาะล็อตที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี

ข้อความตัวอย่างสำหรับส่งขอประเมิน

คัดลอกและเติมข้อมูลวัสดุของโรงงานในรายการด้านล่างได้เลย

ต้องการประเมินเศษพลาสติก/วัสดุ RDF
ชนิดหรือเกรดพลาสติก: …
สีและรูปแบบวัสดุ: …
กระบวนการที่ทำให้เกิด: …
สิ่งปนเปื้อนหรือข้อมูลที่ยังไม่ทราบ: …
ปริมาณต่อครั้ง/ต่อเดือน: …
ภาชนะหรือรูปแบบบรรจุ: …
จังหวัดและจุดเข้ารับ: …
เอกสารที่มี: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ / SDS / ผลวิเคราะห์
แนบภาพรวม ภาพระยะใกล้ ฉลาก และพื้นที่ยกขน

ขอประเมินรับซื้อเศษพลาสติกและวัสดุ RDF กับ WE RICH P

WE RICH P รับข้อมูลเพื่อประเมินเศษพลาสติกจากกระบวนการผลิต ชิ้นงานไม่ได้มาตรฐาน ฟิล์ม บรรจุภัณฑ์ เศษยาง และวัสดุที่อาจเหมาะกับการคัดแยก รีไซเคิล หรือผลิตเชื้อเพลิง RDF การยืนยันรับซื้อ ราคา และแนวทางปลายทางจะอ้างอิงข้อมูลและผลประเมินของแต่ละล็อต

เริ่มจากส่งภาพ ชนิดวัสดุ แหล่งกำเนิด ปริมาณ รูปแบบบรรจุ สิ่งปนเปื้อน และจังหวัดที่เข้ารับ ทีมงานจะตรวจข้อมูลเบื้องต้นและแจ้งขั้นตอนถัดไป เช่น ขอรายละเอียดเพิ่ม เก็บตัวอย่าง หรือเข้าประเมินพื้นที่เมื่อจำเป็น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเศษพลาสติกโรงงานและ RDF

เศษพลาสติกทุกชนิดขายได้หรือไม่?

ไม่สามารถรับประกันได้จากชื่อพลาสติกเพียงอย่างเดียว ต้องประเมินชนิดหรือเกรด ความสะอาด สิ่งปนเปื้อน ปริมาณ รูปแบบบรรจุ สถานที่ และเกณฑ์ของผู้รับปลายทาง

พลาสติกชนิดใดรีไซเคิลได้?

พลาสติกแบ่งได้หลายกลุ่ม เช่น PET, HDPE, PVC, LDPE, PP, PS และ Other แต่สัญลักษณ์ชนิดพลาสติกไม่ได้แปลว่าผู้รับทุกแห่งรับซื้อ วัสดุต้องผ่านเกณฑ์ด้านเกรด สี ความสะอาด และสิ่งปนเปื้อนของปลายทางด้วย

พลาสติกปนเปื้อนสี น้ำมัน หรือสารเคมีทำ RDF ได้ไหม?

ต้องตรวจสารที่ปนและจำแนกความเป็นอันตรายก่อน มอก. 3460-2565 ไม่ครอบคลุมขยะอันตราย จึงไม่ควรผสมหรือส่งเป็น RDF โดยยังไม่ทราบคุณสมบัติ

RDF คือการเผาเศษพลาสติกโดยตรงหรือไม่?

ไม่ใช่ RDF ต้องผ่านการคัดแยก สับย่อย ลดความชื้น และเตรียมให้มีขนาดกับคุณสมบัติที่เหมาะสมก่อนใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน

ควรแยกพลาสติกตามชนิดและสีก่อนหรือไม่?

ควรแยกเมื่อทำได้ เพราะช่วยรักษาคุณภาพ ลดการปน และทำให้ประเมินช่องทางรีไซเคิลหรือแนวทางอื่นได้ชัดเจนขึ้น

ราคารับซื้อเศษพลาสติกโรงงานกิโลละเท่าไร?

ต้องประเมินคุณภาพ ปริมาณ การคัดแยก รูปแบบบรรจุ สถานที่ และต้นทุนขนส่งในช่วงเวลานั้นก่อน จึงไม่มีราคากลางเดียวที่ใช้ได้กับทุกล็อต

มีปริมาณขั้นต่ำในการเข้ารับหรือไม่?

ควรส่งชนิดวัสดุ ปริมาณ จังหวัด และรูปแบบบรรจุให้ทีมงานพิจารณารอบรถและความคุ้มค่าของแต่ละงาน บทความนี้ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำตายตัว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 8 กันยายน 2569

← กลับไปดูบทความทั้งหมด