PAINT WASTE
กากสีและน้ำปนเปื้อนสีจากโรงงานกำจัดอย่างไร? แยกกากสี ตะกอนสี และน้ำจาก Paint Booth
น้ำจากม่านน้ำ กากสีเหนียว และสีเหลือใช้หน้าตาคล้ายกันได้ แต่สถานะ แหล่งกำเนิด และรหัสของเสียต่างกัน จึงควรแยกแต่ต้นทางก่อนส่งประเมิน

กากสีและน้ำปนเปื้อนสีกำจัดอย่างไร? เริ่มจากคำตอบนี้
กากสีและน้ำปนเปื้อนสีต้องจำแนกจากกระบวนการและสภาพของเสียจริงก่อนเลือกวิธีกำจัด บัญชีรหัสของเสีย พ.ศ. 2566 แยกระหว่างกากสี กากตะกอนสี กากตะกอนน้ำเสีย ของเสียจากการล้างขัดสี และสารแขวนลอยที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย พร้อมรหัสคู่ HM สำหรับรายการที่มีตัวทำละลายอินทรีย์หรือสารอันตรายอื่น โรงงานจึงควรแยกของเหลว กากตะกอน และน้ำจาก Paint Booth เป็นคนละล็อต ตรวจ SDS กับสูตรสี และยืนยันรหัสกับปลายทางก่อนส่งออก
กากสีจากโรงงานมีอะไรบ้าง
ของเสียจากงานสีไม่ได้มีเพียงสีหมดอายุหรือสีเหลือใช้ แต่รวมถึงสีหรือสารเคลือบเงาที่ไม่ได้คุณภาพ กากเหนียวจากถังผสม ตะกอนสีจากบูธพ่นสี น้ำหมุนเวียนจากระบบม่านน้ำ สารแขวนลอยจากการดักละอองสี ของเสียจากการลอกสี และวัสดุกรองที่ปนเปื้อน
คำเรียกในหน้างาน เช่น กากสี ตะกอนสี น้ำสี หรือโคลนสี ยังไม่พอสำหรับเลือกรหัส เพราะของเสียชื่อเดียวกันอาจเป็นของเหลว กากตะกอน หรือสารแขวนลอย และอาจมาจากสีสูตรน้ำ สีสูตรตัวทำละลาย สีฝุ่น หรือกระบวนการล้างอุปกรณ์ต่างกัน
แยกกากสี 5 กลุ่มก่อนประเมิน
เริ่มจากแยกตามสภาพและจุดกำเนิด ไม่ควรรวมทุกอย่างลงถังเดียว เพราะของเหลวกับกากตะกอนใช้วิธีเก็บ ตัวอย่าง และการจัดการต่างกัน การรวมสีหลายสูตรยังทำให้ย้อนกลับไปหาสารต้นทางยากและอาจเพิ่มความเสี่ยงจากปฏิกิริยาที่ไม่เข้ากัน
| กลุ่มของเสีย | ตัวอย่างหน้างาน | ข้อมูลที่ต้องรู้ |
|---|---|---|
| สีหรือสารเคลือบเงาเหลือใช้ | สีไม่ได้คุณภาพ สีค้างถัง หรือสีหมดอายุ | สูตรสี ส่วนผสม ตัวทำละลาย ปริมาณ และ SDS |
| กากตะกอนสี | กากเหนียวจากการผลิต ผสม หรือดักละอองสี | จุดกำเนิด ความชื้น มีของเหลวอิสระหรือไม่ |
| กากตะกอนน้ำเสียที่มีสี | ตะกอนที่แยกออกจากระบบม่านน้ำหรือระบบบำบัดเฉพาะงานสี | สารที่เติมในระบบ วิธีแยกตะกอน และแหล่งน้ำ |
| น้ำหรือสารแขวนลอยที่มีสี | น้ำหมุนเวียนจาก Paint Booth หรือน้ำที่มีเม็ดสีแขวนลอย | ความถี่เปลี่ยนน้ำ ปริมาณของแข็ง pH และสูตรสี |
| ของเสียจากการล้างขัดหรือลอกสี | น้ำยาล้างปืนพ่นสี น้ำยาลอกสี และคราบจากการขัด | ชนิดน้ำยา ตัวทำละลาย พื้นผิว และวัสดุที่ปะปน |
วัสดุกรอง ผ้า ถุงมือ และวัสดุดูดซับที่ปนเปื้อนสีควรแยกเป็นอีกล็อต เพราะอาจเข้ากลุ่มวัสดุปนเปื้อนและต้องพิจารณารหัสตามแหล่งกำเนิดของตนเอง
รหัสกากสี 08 01 11 ถึง 08 01 20 เลือกอย่างไร
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 จัดของเสียจากการผลิต ผสม จัดส่ง ใช้งาน และล้างขัดสีหรือสารเคลือบเงาไว้ในหมวด 08 01 โดยแยกตามชนิดของเสียก่อน แล้วจึงพิจารณาว่ามีตัวทำละลายอินทรีย์หรือสารอันตรายอื่นหรือไม่
รหัสที่มีอักษร HM เป็นรายการคู่ ต้องประเมินองค์ประกอบและคุณสมบัติอันตราย ไม่ใช่สรุปจากสี กลิ่น หรือคำว่า ‘สูตรน้ำ’ เพียงอย่างเดียว ส่วน 08 01 21 HA เป็นสารลอกสีหรือสารเคลือบเงาที่ผ่านการใช้งานแล้วและถูกกำหนดเป็นของเสียอันตรายโดยตรง
| ลักษณะของเสีย | มีตัวทำละลายอินทรีย์หรือสารอันตรายอื่น | รายการที่ไม่ใช่รหัส HM |
|---|---|---|
| กากสีหรือสารเคลือบเงา | 08 01 11 HM | 08 01 12 |
| กากตะกอนสีหรือสารเคลือบเงา | 08 01 13 HM | 08 01 14 |
| กากตะกอนน้ำเสียซึ่งมีสีหรือสารเคลือบเงา | 08 01 15 HM | 08 01 16 |
| ของเสียจากการล้างขัดสีหรือสารเคลือบเงา | 08 01 17 HM | 08 01 18 |
| สารแขวนลอยที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายซึ่งมีสีหรือสารเคลือบเงา | 08 01 19 HM | 08 01 20 |
น้ำจาก Paint Booth กับกากตะกอนสีเป็นของเสียเดียวกันหรือไม่
Paint Booth แบบม่านน้ำใช้กระแสน้ำช่วยดักละอองสีส่วนเกิน เมื่อเดินระบบไปช่วงหนึ่ง สีจะจับตัวเป็นกากหรือฟล็อกและแยกออกจากน้ำหมุนเวียน จึงเกิดอย่างน้อยสองเมทริกซ์ คือกากตะกอนที่แยกออกมาและน้ำหรือสารแขวนลอยที่ยังมีสีปนอยู่
กากตะกอนกับน้ำควรแยกบันทึกปริมาณและเก็บตัวอย่างคนละชุด ผลวิเคราะห์น้ำอย่างเดียวใช้แทนลักษณะของกากไม่ได้ และผลจากกากก็ใช้แทนน้ำไม่ได้ หากมีการเติมสารจับตะกอน สารลดฟอง หรือสารควบคุมจุลชีพ ต้องแจ้งด้วย เพราะสารเหล่านี้มีผลต่อองค์ประกอบและวิธีจัดการ

สีสูตรน้ำไม่ใช่ของเสียไม่อันตรายโดยอัตโนมัติ
คำว่าสีสูตรน้ำบอกว่ามีน้ำเป็นตัวกลางหลัก แต่สูตรยังอาจมีตัวทำละลายร่วม สารช่วยกระจายตัว สารกันเสีย เม็ดสี โลหะ หรือสารอันตรายอื่น การจำแนกจึงต้องตรวจสูตร SDS และข้อมูลของเสียจริง ไม่ควรดูเพียงว่าล้างด้วยน้ำได้หรือไม่
ในทางกลับกัน สีสูตรน้ำทุกชนิดก็ไม่ควรถูกเหมารวมเป็นของเสียอันตราย รหัสคู่ 08 01 15/16 และ 08 01 19/20 มีไว้ให้พิจารณาตามองค์ประกอบกับคุณสมบัติของแต่ละรายการ การมีเอกสารแหล่งกำเนิดและล็อตชัดเจนช่วยลดการตรวจที่ไม่จำเป็นและทำให้ยืนยันรหัสได้ง่ายขึ้น
กากสีและน้ำปนเปื้อนสีควรตรวจค่าอะไร
รายการตรวจควรเริ่มจากคำถามที่ต้องตอบ เช่น ยืนยันความไวไฟ ตรวจสารอันตราย เลือกกระบวนการบำบัด หรือยืนยันคุณสมบัติกับปลายทาง ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกค่ากับทุกล็อต โดยรวบรวม SDS สูตรสี ตัวเร่งแข็ง ตัวทำละลาย น้ำยาล้าง และสารเติมในระบบก่อนให้ห้องปฏิบัติการกำหนดชุดตรวจ
- สถานะทางกายภาพ การแยกชั้น ของแข็ง ความชื้น และของเหลวอิสระ
- pH สำหรับน้ำหรือกากที่มีน้ำ และจุดวาบไฟเมื่อมีตัวทำละลายหรือความไวไฟเกี่ยวข้อง
- ชนิดและปริมาณตัวทำละลาย สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือฮาโลเจนตามสูตรและปลายทาง
- โลหะหรือองค์ประกอบเฉพาะจากเม็ดสี สารเคลือบ ชิ้นงาน หรือกระบวนการ
- ค่ารวมกับค่าที่สกัดออกมาได้ให้ตรงกับเกณฑ์หรือคำถามที่ใช้พิจารณา
หากใช้ผลวิเคราะห์ประกอบการขออนุญาตตามข้อ 9 ประกาศกำหนดคุณสมบัติของห้องปฏิบัติการไว้ในข้อ 15 ควรยืนยันกับผู้รับผิดชอบและปลายทางก่อนส่งตัวอย่าง
เก็บตัวอย่างอย่างไรเมื่อสีและน้ำแยกชั้น
กำหนดล็อตจากสูตรสี กระบวนการ และช่วงเวลาที่เกิดก่อนเก็บตัวอย่าง หากถังแยกชั้น ต้องแจ้งสภาพชั้นบน ชั้นล่าง และกากก้นถัง ไม่ควรตักเฉพาะส่วนที่เข้าถึงง่ายแล้วใช้แทนทั้งถัง การทำตัวอย่างรวมเหมาะเมื่อยืนยันได้ว่าล็อตมีความสม่ำเสมอและวิธีรวมไม่ทำให้สารระเหยหรือคุณสมบัติสำคัญเปลี่ยนไป
ผู้เก็บตัวอย่างควรผ่านการฝึก ใช้ภาชนะและ PPE ที่เหมาะกับสาร หลีกเลี่ยงการเปิดถังหรือจุ่มอุปกรณ์โดยไม่มีการประเมินไอระเหย ความไวไฟ และความเข้ากันได้ บันทึกวันที่ จุดเก็บ ลักษณะตัวอย่าง และภาพประกอบเพื่อรักษาการตรวจสอบย้อนกลับ
วิธีแยกเก็บกากสีและน้ำปนเปื้อนสีในโรงงาน
ประกาศ พ.ศ. 2566 กำหนดให้แยกของเสียอันตรายกับของเสียไม่อันตราย ตรวจสภาพภาชนะ ติดฉลาก จัดที่รองรับ และมีระบบกักเก็บกรณีหกหรือรั่วไหล พื้นที่เก็บต้องเหมาะกับคุณสมบัติของของเสียและมีแผนผังการจัดเก็บที่เป็นปัจจุบัน
เลือกถังหรือ IBC จากความเข้ากันได้ของวัสดุ ภาชนะต้องอยู่ในสภาพดีและปิดได้ สำหรับกากเหนียวควรคำนึงถึงวิธีนำออกและน้ำหนักบรรทุก ไม่ควรเทสารทำให้แข็ง ตัวเร่งปฏิกิริยา หรือตัวทำละลายเพิ่มเพื่อเปลี่ยนสภาพของเสียโดยไม่ได้ประเมินก่อน
- แยกสีสูตรตัวทำละลายออกจากสีสูตรน้ำ และแยกแต่ละสูตรเมื่อสารไม่เข้ากัน
- แยกสี กากตะกอน น้ำจากบูธ น้ำยาล้าง และสารลอกสีเป็นคนละล็อต
- แยกตัวเร่งแข็ง ฮาร์ดเดนเนอร์ และสารออกซิไดซ์ออกจากวัสดุที่อาจทำปฏิกิริยา
- ปิดฝา วางบนถาดหรือพื้นที่รองรับ และควบคุมความร้อน แหล่งจุดติดไฟ และการระบายอากาศตาม SDS กับการประเมินความเสี่ยง
- ติดฉลากชื่อผู้ก่อกำเนิด ชื่อและรหัสของเสีย วันที่เริ่มบรรจุ และวันที่ปิดผนึก
- บันทึกสูตรสี จุดกำเนิด รหัสล็อต ปริมาณ จำนวนภาชนะ และเหตุผิดปกติ
อ่านวิธีจัดการถังสี ถังสารเคมี และ IBC ใช้แล้ว
กากสีส่งทำเชื้อเพลิงหรือกู้คืนพลังงานได้หรือไม่
กากสีบางสูตรอาจมีค่าความร้อนและเหมาะกับการกู้คืนพลังงาน แต่ไม่ใช่ข้อสรุปจากคำว่า ‘มีตัวทำละลาย’ เพียงอย่างเดียว ปลายทางต้องพิจารณาความชื้น เถ้า โลหะ ฮาโลเจน ความสม่ำเสมอ และข้อจำกัดการรับของโรงงานที่ได้รับอนุญาต
กากที่มีน้ำมากหรือมีองค์ประกอบไม่เหมาะอาจต้องปรับสภาพ บำบัด หรือกำจัดด้วยวิธีอื่น การเลือกปลายทางจึงควรอ้างอิงผลประเมินของเสียจริงและขอบเขตใบอนุญาตของผู้รับดำเนินการ ไม่ควรผสมตัวทำละลายหรือวัสดุอื่นเพื่อเพิ่มค่าความร้อนเอง
ค่ากำจัดกากสีและน้ำจาก Paint Booth คิดจากอะไร
ราคาขึ้นกับคุณสมบัติ ปริมาณ ภาชนะ วิธีขนส่ง และปลายทาง จึงไม่ควรเทียบราคาเฉพาะบาทต่อกิโลกรัมหรือลูกบาศก์เมตรโดยไม่เทียบขอบเขตงาน เอกสาร ผลวิเคราะห์ และวิธีจัดการสุดท้าย
| ปัจจัย | ตัวอย่างข้อมูล | ผลต่อการประเมิน |
|---|---|---|
| สภาพของเสีย | ของเหลว กากเหนียว ตะกอนชื้น หรือน้ำแยกชั้น | กำหนดภาชนะ อุปกรณ์สูบ และวิธีรับงาน |
| องค์ประกอบ | ตัวทำละลาย น้ำ โลหะ ฮาโลเจน และสารเติมแต่ง | กำหนดความเสี่ยง การตรวจ และปลายทาง |
| ปริมาณและรอบเกิด | กิโลกรัม ลิตร จำนวนถัง และความถี่ | มีผลต่อรถ เที่ยวขนส่ง และการรวมรอบ |
| ภาชนะและหน้างาน | ถัง 200 ลิตร IBC บ่อพัก ทางเข้ารถ และอุปกรณ์ยก | กำหนดแรงงาน อุปกรณ์ และเวลาเข้ารับ |
| เอกสารและปลายทาง | รหัส ผลวิเคราะห์ ใบอนุญาต และวิธีจัดการ | ทำให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาได้ครบขอบเขต |
เช็กลิสต์ 11 ข้อก่อนขอราคากำจัดกากสี
ข้อมูลต่อไปนี้ช่วยให้ประเมินรหัส วิธีเก็บ ภาชนะ รถ และปลายทางได้เร็วขึ้น หากยังไม่ทราบผลวิเคราะห์ ให้ส่ง SDS สูตรสี และภาพของเสียตามสภาพจริงก่อนเพื่อกำหนดรายการตรวจ
- ชื่อของเสียที่ใช้ในโรงงานและจุดกำเนิด
- เป็นสี กากตะกอน กากตะกอนน้ำเสีย น้ำจาก Paint Booth หรือน้ำยาล้าง
- สูตรน้ำหรือสูตรตัวทำละลาย พร้อมชื่อผลิตภัณฑ์และ SDS
- สารผสมร่วม เช่น ทินเนอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ สารจับตะกอน หรือน้ำยาลอกสี
- สถานะ ความหนืด การแยกชั้น ความชื้น และของเหลวอิสระ
- รหัสของเสียที่ใช้อยู่และเหตุผลประกอบถ้ามี
- ผลวิเคราะห์ล่าสุด วันที่ และล็อตที่ผลนั้นเป็นตัวแทน
- ปริมาณ น้ำหนัก จำนวนภาชนะ และความถี่ที่เกิด
- ชนิด ขนาด สภาพ และวิธีปิดภาชนะ
- จังหวัดโรงงาน ทางเข้า จุดจอดรถ และอุปกรณ์ยกหรือสูบ
- ปลายทางหรือวิธีจัดการที่ต้องการ พร้อมเอกสารที่ต้องใช้
ตรวจปลายทางและติดตามเอกสารจนจัดการเสร็จ
ก่อนส่งออกควรตรวจว่าผู้ขนส่งและผู้รับดำเนินการมีขอบเขตที่ตรงกับรหัสและวิธีจัดการ ตกลงเกณฑ์รับของ ภาชนะ น้ำหนัก และผลวิเคราะห์ให้ชัด พร้อมจัดทำเอกสารแสดงการจัดการผ่านระบบที่เกี่ยวข้อง
ตามประกาศ พ.ศ. 2566 หากของเสียที่นำออกไปยังไม่ได้รับการจัดการตามที่ได้รับอนุญาต ผู้ก่อกำเนิดยังคงมีหน้าที่นำไปจัดการจนแล้วเสร็จ จึงควรติดตามสถานะ เอกสารรับเข้า ผล Fingerprint และหลักฐานการจัดการ ไม่หยุดเพียงเมื่อรถออกจากโรงงาน
เข้าสู่ระบบการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ให้ WE RICH P ช่วยประเมินกากสีและน้ำปนเปื้อนสี
WE RICH P ช่วยรวบรวมข้อมูลหน้างาน ประสานการตรวจวิเคราะห์ วางแผนภาชนะและขนส่ง และคัดเลือกผู้รับดำเนินการตามชนิดของเสีย ส่งภาพของเสีย SDS ผลวิเคราะห์ ปริมาณ และจังหวัดโรงงานมาให้ทีมงานประเมินเบื้องต้นได้
การระบุรหัสและวิธีจัดการสุดท้ายต้องอ้างอิงกระบวนการ องค์ประกอบ คุณสมบัติจริง และขอบเขตที่ปลายทางได้รับอนุญาต ข้อมูลในบทความใช้เตรียมงานเบื้องต้นและไม่แทนผลวิเคราะห์หรือการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกากสีและน้ำจาก Paint Booth
กากสีทุกชนิดเป็นของเสียอันตรายหรือไม่
ไม่เสมอไป รหัส HM ในหมวด 08 01 เป็นรายการคู่ที่ต้องพิจารณาตัวทำละลาย สารอันตราย องค์ประกอบ และคุณสมบัติของเสียจริง ส่วนสารลอกสีหรือสารเคลือบเงาที่ผ่านการใช้งานแล้วรหัส 08 01 21 HA ถูกกำหนดเป็นของเสียอันตรายโดยตรง
สีสูตรน้ำถือว่าไม่อันตรายทันทีหรือไม่
ไม่ควรสรุปจากคำว่าสูตรน้ำ เพราะสูตรอาจมีตัวทำละลายร่วม สารกันเสีย เม็ดสี โลหะ หรือสารอันตรายอื่น ต้องตรวจ SDS สูตร กระบวนการ และข้อมูลของเสียจริง
น้ำจาก Paint Booth กับกากตะกอนสีใช้รหัสเดียวกันหรือไม่
ไม่ควรใช้รหัสเดียวกันโดยอัตโนมัติ กากตะกอนน้ำเสียอาจอยู่คู่ 08 01 15/16 ส่วนสารแขวนลอยที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายอาจอยู่คู่ 08 01 19/20 ต้องดูสภาพและกระบวนการจริง
กากสีต้องตรวจวิเคราะห์ทุกครั้งหรือไม่
ขึ้นกับความสม่ำเสมอของกระบวนการ เอกสารสูตร ข้อกำหนดการขออนุญาต และเกณฑ์ของปลายทาง หากสูตรหรือกระบวนการเปลี่ยน ของเสียแยกชั้น หรือข้อมูลไม่พอ ควรกำหนดรายการตรวจให้ตรงกับคำถามที่ต้องตอบ
นำสีหลายสีหรือหลายสูตรมารวมถังเดียวกันได้หรือไม่
ไม่ควรรวมเพื่อความสะดวกก่อนประเมิน เพราะอาจเกิดความไม่เข้ากัน ทำให้ระบุแหล่งกำเนิดยาก และเพิ่มต้นทุน ควรแยกตามสูตร สารที่ใช้ร่วม และจุดกำเนิด
กากสีใส่ถัง 200 ลิตรหรือ IBC ได้หรือไม่
ใช้ได้เมื่อวัสดุภาชนะเข้ากันได้ สภาพดี ปิดได้ น้ำหนักไม่เกินพิกัด และเหมาะกับความหนืดกับวิธีนำออก กากเหนียวอาจไม่เหมาะกับ IBC ที่มีช่องเปิดและวาล์วจำกัด
ค่ากำจัดคิดเป็นกิโลกรัมหรือลูกบาศก์เมตร
ขึ้นกับชนิดของเสีย ภาชนะ รถ และปลายทาง บางงานคิดตามน้ำหนัก บางงานตามปริมาตรหรือเที่ยวรถ ควรขอให้ใบเสนอราคาระบุค่าขนส่ง ภาชนะ วิเคราะห์ เอกสาร และค่าจัดการปลายทางให้ครบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 4 ตุลาคม 2569
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566
ใช้ตรวจนิยาม หน้าที่ผู้ก่อกำเนิด การเก็บและติดฉลาก ห้องปฏิบัติการ Fingerprinting และรหัสของเสียหมวด 08 01
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม: กำชับหน้าที่ผู้ก่อกำเนิดและการติดตามการจัดการ
ใช้ประกอบการอธิบายความรับผิดชอบของผู้ก่อกำเนิดและการติดตามจนของเสียได้รับการจัดการแล้วเสร็จ
- ระบบการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว กรมโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบสำหรับข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกโรงงาน
- ระบบค้นหาข้อมูลโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม
ใช้ตรวจสอบข้อมูลโรงงานและประกอบการตรวจปลายทาง
- OSHA Appendix D: Minimum Information for a Safety Data Sheet
ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงโครงสร้างข้อมูล SDS เท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์รหัสของเสียของประเทศไทย

