ADHESIVE WASTE
กากกาวและซีลแลนท์จากโรงงานกำจัดอย่างไร? รหัส 08 04 และกาวไอโซไซยาเนต
กาวสูตรน้ำ กาวตัวทำละลาย กาวสองส่วน และกาวที่แข็งตัวแล้วอาจใช้รหัสและปลายทางต่างกัน เริ่มจากแยกสูตร ส่วนประกอบ และสภาพของเสียก่อนส่งประเมิน

กากกาวกำจัดอย่างไร? เริ่มจากคำตอบนี้
กากกาวและซีลแลนท์ต้องจำแนกจากผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และสภาพของเสียจริง บัญชีรหัสของเสีย พ.ศ. 2566 แยกกากกาว กากตะกอน น้ำเสียที่มีกาว และของเสียของเหลวสูตรน้ำไว้ในหมวด 08 04 โดยมีรหัสคู่ HM เมื่อมีตัวทำละลายอินทรีย์หรือสารอันตรายอื่น ส่วนเศษกาวหรือของเสียที่มีสารประกอบไอโซไซยาเนตอยู่ในรหัส 08 05 01 HA โรงงานควรแยกกาวที่ยังไม่แข็ง กาวแข็งตัว ส่วน A/B น้ำล้าง และภาชนะปนเปื้อนเป็นคนละล็อต ตรวจ SDS และยืนยันรหัสกับปลายทางก่อนส่งออก
กากกาวและซีลแลนท์จากโรงงานมีอะไรบ้าง
ของเสียกลุ่มนี้เกิดได้ตั้งแต่การผลิต ผสม บรรจุ จ่ายกาว เคลือบ ประกบชิ้นงาน ไปจนถึงการล้างเครื่อง ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ กาวไม่ได้คุณภาพ กาวหมดอายุ กาวค้างถัง กาวส่วนเกินจากหัวจ่าย ซีลแลนท์ วัสดุกันน้ำ กากจากเครื่องผสม น้ำล้าง และตะกอนจากระบบบำบัดที่รับน้ำปนกาว
คำว่าเรซินในโรงงานอาจหมายถึงวัตถุดิบสำหรับกาว สี พลาสติก หรือกระบวนการอื่น จึงไม่ควรเลือกรหัสจากชื่อเรซินอย่างเดียว ต้องดูว่าของเสียเกิดจากการใช้งานกาวหรือสารติดผนึกจริงหรือมีรหัสเฉพาะของกระบวนการต้นทางที่ตรงกว่า
แยกกากกาว 6 กลุ่มก่อนประเมิน
การรวมกาวทุกสูตรไว้ในถังเดียวทำให้ตามส่วนประกอบยากและอาจเกิดความร้อน แรงดัน หรือการแข็งตัวในภาชนะ ควรกำหนดล็อตจากชื่อผลิตภัณฑ์ ระบบกาว จุดกำเนิด และสถานะก่อนรวบรวม
| กลุ่มของเสีย | ตัวอย่าง | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|---|
| กาวสูตรตัวทำละลาย | กาวยาง กาวสัมผัส หรือกาวค้างเครื่อง | ชนิดตัวทำละลาย จุดวาบไฟ และของแข็ง |
| กาวสูตรน้ำ | ลาเท็กซ์ อะคริลิก หรือกาวอิมัลชัน | สารกันเสีย สารเติมแต่ง pH และน้ำที่ปน |
| กาวร้อนและกาวแข็งตัว | Hot melt เศษกาวแข็ง หรือชิ้นงานติดกาว | ชนิดพอลิเมอร์ วัสดุที่ติดร่วม และการแข็งตัวสมบูรณ์หรือไม่ |
| กาวสองส่วน | อีพ็อกซีหรือโพลียูรีเทนส่วน A/B | ชื่อแต่ละส่วน อัตราส่วน อายุหม้อ และสารที่ไม่เข้ากัน |
| น้ำล้างและกากตะกอน | น้ำล้างถัง น้ำเสีย และตะกอนที่มีกาว | แหล่งน้ำ สารล้าง ของแข็ง และวิธีบำบัด |
| ภาชนะและวัสดุปนเปื้อน | ถัง หลอดกาว ฟิลเตอร์ ผ้า ถุงมือ และวัสดุดูดซับ | สารตกค้าง ของเหลวอิสระ และวัสดุของภาชนะ |
กาวที่ผสมตัวเร่งแล้วแต่ยังไม่แข็งตัวควรแยกจากกาวที่แข็งตัวสมบูรณ์ เพราะความไวต่อปฏิกิริยา วิธีบรรจุ และทางเลือกปลายทางอาจต่างกัน
รหัสกากกาว 08 04 09 ถึง 08 04 16 เลือกอย่างไร
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 จัดของเสียจากการผลิต ผสม จัดส่ง และใช้งานกาว สารติดผนึก รวมถึงผลิตภัณฑ์กันน้ำไว้ในหมวด 08 04 โดยต้องเลือกชนิดของเสียก่อน แล้วจึงพิจารณาว่ามีตัวทำละลายอินทรีย์หรือสารอันตรายอื่นหรือไม่
อักษร HM หมายถึงรายการคู่ที่ต้องพิจารณาองค์ประกอบและคุณสมบัติอันตราย ไม่ควรเลือกรหัสจากกลิ่น สี หรือคำว่า ‘สูตรน้ำ’ เพียงอย่างเดียว ส่วน 08 04 17 HA สำหรับน้ำมันยางสน และ 08 04 99 สำหรับของเสียอื่นที่ไม่ได้ระบุข้างต้นต้องใช้เมื่อคำอธิบายตรงกับของเสียจริง
| ลักษณะของเสีย | มีตัวทำละลายอินทรีย์หรือสารอันตรายอื่น | รายการที่ไม่ใช่รหัส HM |
|---|---|---|
| กากกาวและสารติดผนึก | 08 04 09 HM | 08 04 10 |
| กากตะกอนกาวและสารติดผนึก | 08 04 11 HM | 08 04 12 |
| กากตะกอนน้ำเสียที่มีกาวหรือสารติดผนึก | 08 04 13 HM | 08 04 14 |
| ของเสียที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายและมีกาวหรือสารติดผนึก | 08 04 15 HM | 08 04 16 |
ตรวจรหัส 08 04 และ 08 05 ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566
กาวไอโซไซยาเนตและรหัส 08 05 01 HA ต้องระวังอะไร
บัญชีรหัสของเสียกำหนด 08 05 01 HA สำหรับเศษกาวหรือของเสียที่มีสารประกอบไอโซไซยาเนต รหัสนี้เป็นรายการของเสียอันตรายโดยตรง พบได้ในระบบโพลียูรีเทน กาวสองส่วน โฟม ซีลแลนท์ หรือส่วนประกอบที่มีหมู่ NCO ตามสูตรผลิตภัณฑ์
อย่าตัดสินจากคำว่า PU เพียงอย่างเดียว ให้ตรวจ SDS ของส่วน A และส่วน B แยกกัน ชื่อสาร ความเข้มข้น และสภาพหลังใช้งาน ไอโซไซยาเนตอาจทำปฏิกิริยากับน้ำหรือสารที่มีหมู่ไฮดรอกซิล และการสัมผัสไอหรือละอองมีความเสี่ยงต่อระบบหายใจ จึงต้องใช้ภาชนะ การระบายอากาศ และ PPE ตามการประเมินของผู้รับผิดชอบ
ดูข้อมูลภาพรวมไอโซไซยาเนตและการรับสัมผัสจาก OSHA

กาวสูตรน้ำไม่ใช่ของเสียไม่อันตรายโดยอัตโนมัติ
น้ำเป็นตัวกลางหลักไม่ได้แปลว่าสูตรไม่มีสารอันตราย กาวสูตรน้ำอาจมีสารกันเสีย สารช่วยกระจายตัว สารเชื่อมขวาง เม็ดสี โลหะ หรือสารเติมแต่งอื่น และของเสียอาจรับสารจากชิ้นงานหรือกระบวนการล้างเพิ่มเข้ามา
รหัสคู่ 08 04 13/14 และ 08 04 15/16 มีไว้ให้พิจารณาตามสภาพ องค์ประกอบ และคุณสมบัติจริง ควรรักษาข้อมูลล็อตและไม่เทน้ำล้างกาวรวมกับน้ำเสียทั่วไปก่อนประเมินความเข้ากันได้กับระบบบำบัด
กาวแข็งตัวแล้วกับกาวที่ยังไม่แข็งต้องแยกหรือไม่
กาวที่แข็งตัวสมบูรณ์อาจมีตัวทำละลายหรือสารตั้งต้นเหลือน้อยลง แต่ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนรหัสหรือเป็นวัสดุรีไซเคิลโดยอัตโนมัติ ต้องดูสูตร ระดับการแข็งตัว วัสดุที่ติดร่วม และกระบวนการต้นทาง ส่วนกาวที่ยังทำปฏิกิริยาได้มีความเสี่ยงต่อความร้อน แรงดัน การเกาะติดอุปกรณ์ และการรั่วไหลมากกว่า
ไม่ควรผสมส่วน A กับ B หรือเติมตัวเร่งเพื่อทำให้ของเสียแข็งเอง เว้นแต่มีขั้นตอนที่ได้รับการประเมินและอนุมัติ เพราะสัดส่วนผิด การผสมปริมาณมาก หรือความชื้นอาจทำให้เกิดความร้อน ก๊าซ และภาชนะเสียหาย
กากกาวควรตรวจค่าอะไรบ้าง
เริ่มจากรวบรวม SDS สูตรผลิตภัณฑ์ แผนผังกระบวนการ และข้อมูลสารล้างก่อนกำหนดรายการตรวจ ไม่มีชุดวิเคราะห์เดียวที่เหมาะกับกาวทุกชนิด รายการควรตอบคำถามเรื่องความไวไฟ สารอันตราย ความสามารถในการบำบัด หรือเกณฑ์รับเข้าของปลายทาง
- สถานะ ความหนืด การแยกชั้น ของเหลวอิสระ ของแข็ง และความชื้น
- จุดวาบไฟและชนิดตัวทำละลายเมื่อเกี่ยวข้องกับกาวสูตรตัวทำละลาย
- pH และของแข็งแขวนลอยสำหรับน้ำล้างหรือกากตะกอนที่มีน้ำ
- สารอินทรีย์ระเหยง่าย ฮาโลเจน โลหะ หรือสารเฉพาะตามสูตรและชิ้นงาน
- องค์ประกอบไอโซไซยาเนตหรือสารตั้งต้นเฉพาะเมื่อ SDS และกระบวนการระบุความเสี่ยง
หากใช้ผลวิเคราะห์ประกอบการขออนุญาตตามข้อ 9 ประกาศกำหนดคุณสมบัติห้องปฏิบัติการไว้ในข้อ 15 ควรยืนยันชุดตรวจกับผู้รับผิดชอบและปลายทางก่อนส่งตัวอย่าง
ดูบริการประสานการตรวจวิเคราะห์ของเสีย
ดูโครงสร้าง SDS สำหรับตรวจส่วนประกอบ คุณสมบัติ และความไม่เข้ากัน
วิธีแยกเก็บกากกาว ซีลแลนท์ และส่วน A/B
ประกาศ พ.ศ. 2566 กำหนดให้แยกของเสียอันตรายกับของเสียไม่อันตราย ตรวจสภาพภาชนะ ติดฉลาก จัดที่รองรับ และมีระบบกักเก็บกรณีหกหรือรั่วไหล พื้นที่เก็บต้องเหมาะกับคุณสมบัติของเสียและมีแผนผังการจัดเก็บที่เป็นปัจจุบัน
กากกาวมีความหนืดและเกาะติดสูง ภาชนะจึงต้องเข้ากันได้ ปิดได้ รับน้ำหนักได้ และนำของเสียออกได้โดยไม่ต้องตัดหรือทำลายถังหน้างาน สำหรับส่วนที่ไวต่อความชื้นหรือทำปฏิกิริยาได้ ให้ปฏิบัติตาม SDS และการประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์นั้น
- แยกกาวสูตรน้ำ สูตรตัวทำละลาย Hot melt และกาวที่มีไอโซไซยาเนต
- เก็บส่วน A และส่วน B แยกกัน ห้ามรวมสารตกค้างโดยไม่มีขั้นตอนอนุมัติ
- แยกกาวที่ยังไม่แข็ง กาวแข็งตัว น้ำล้าง กากตะกอน และวัสดุปนเปื้อน
- ปิดฝา วางบนถาดรองรับ และควบคุมความร้อน แหล่งจุดติดไฟ ความชื้น และการระบายอากาศตามความเสี่ยง
- ติดฉลากชื่อผู้ก่อกำเนิด ชื่อและรหัสของเสีย วันที่เริ่มบรรจุ และวันที่ปิดผนึก
- บันทึกผลิตภัณฑ์ จุดกำเนิด รหัสล็อต ปริมาณ ภาชนะ และเหตุผิดปกติ
กากกาวนำไปใช้ประโยชน์หรือกู้คืนพลังงานได้หรือไม่
กากกาวบางชนิดอาจมีค่าความร้อนและเหมาะกับการกู้คืนพลังงาน ขณะที่เศษกาวแข็งหรือชิ้นงานติดกาวบางประเภทอาจมีข้อจำกัดจากวัสดุผสม แต่ทางเลือกต้องพิจารณาความชื้น เถ้า ฮาโลเจน โลหะ สารที่ยังทำปฏิกิริยา และเกณฑ์ของโรงงานปลายทาง
ไม่ควรเติมตัวทำละลาย ผสมของเสีย หรือทำให้แข็งเพื่อให้ผ่านเกณฑ์รับเข้าเอง การปรับสภาพภายในโรงงานต้องมีขั้นตอนที่เหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ค่ากำจัดกากกาวคิดจากอะไร
ราคาขึ้นกับสูตร สภาพ ความไวต่อปฏิกิริยา ปริมาณ ภาชนะ วิธีขนย้าย และปลายทาง ควรเทียบใบเสนอราคาจากขอบเขตเดียวกัน ไม่ใช้ราคาเฉพาะบาทต่อกิโลกรัมเป็นตัวตัดสิน
| ปัจจัย | ข้อมูลตัวอย่าง | ผลต่อการประเมิน |
|---|---|---|
| สูตรและองค์ประกอบ | น้ำ ตัวทำละลาย ไอโซไซยาเนต สารเชื่อมขวาง หรือสารเติมแต่ง | กำหนดความเสี่ยง การตรวจ และปลายทาง |
| สภาพของเสีย | ของเหลวหนืด กากเหนียว เศษแข็ง น้ำล้าง หรือกากตะกอน | มีผลต่อภาชนะ ปั๊ม อุปกรณ์ และวิธีรับงาน |
| ปริมาณและรอบเกิด | น้ำหนัก จำนวนถัง และความถี่ | มีผลต่อเที่ยวรถและการวางแผนเข้ารับ |
| ภาชนะและหน้างาน | ถัง ฝา ช่องเปิด พาเลต ทางรถ และอุปกรณ์ยก | กำหนดเวลา แรงงาน และความพร้อมขนย้าย |
| วิธีจัดการและเอกสาร | รหัส ผลวิเคราะห์ ใบอนุญาต และหลักฐานปลายทาง | กำหนดขอบเขตงานและต้นทุนรวม |
เช็กลิสต์ 11 ข้อก่อนขอราคากำจัดกากกาว
ข้อมูลครบช่วยให้ผู้ประเมินเลือกภาชนะ รถ รายการตรวจ และปลายทางได้เร็วขึ้น หากข้อใดไม่ทราบให้ระบุว่าไม่ทราบและแยกล็อตไว้ก่อน ไม่ควรทดลองผสมเพื่อหาคำตอบเอง
- ชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต และ SDS ของกาวทุกส่วน
- ประเภทกาว เช่น สูตรน้ำ สูตรตัวทำละลาย Hot melt อีพ็อกซี หรือโพลียูรีเทน
- จุดกำเนิดและขั้นตอนที่ทำให้กลายเป็นของเสีย
- เป็นส่วน A/B กาวผสมแล้ว กาวแข็ง น้ำล้าง กากตะกอน หรือวัสดุปนเปื้อน
- ตัวทำละลาย ตัวเร่ง สารเชื่อมขวาง และสารล้างที่เกี่ยวข้อง
- สถานะ ความหนืด การแยกชั้น ของเหลวอิสระ และการเกิดความร้อนหรือแรงดัน
- รหัสของเสียที่ใช้อยู่และเหตุผลประกอบ
- ผลวิเคราะห์ วันที่ และล็อตที่ผลเป็นตัวแทน
- ปริมาณ จำนวนภาชนะ ความถี่ และสภาพภาชนะ
- จังหวัด ทางเข้า จุดจอดรถ และอุปกรณ์ยกหรือสูบ
- ปลายทางหรือวิธีจัดการที่ต้องการและเอกสารที่ต้องใช้
ตรวจปลายทางและติดตามเอกสารจนจัดการเสร็จ
ก่อนส่งออกควรตรวจว่าผู้ขนส่งและผู้รับดำเนินการมีขอบเขตตรงกับรหัส ลักษณะ และวิธีจัดการ ตกลงเกณฑ์รับเข้า ภาชนะ น้ำหนัก และผลวิเคราะห์ให้ชัด แล้วจัดทำเอกสารแสดงการจัดการผ่านระบบที่เกี่ยวข้อง
ประกาศ พ.ศ. 2566 ระบุว่าหากของเสียที่นำออกไปยังไม่ได้รับการจัดการตามที่ได้รับอนุญาต ผู้ก่อกำเนิดยังคงมีหน้าที่นำไปจัดการจนแล้วเสร็จ จึงควรติดตามการรับเข้า ผล Fingerprint และหลักฐานการจัดการ ไม่หยุดเมื่อรถออกจากโรงงาน
เข้าสู่ระบบการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ให้ WE RICH P ช่วยประเมินกากกาวและซีลแลนท์
WE RICH P ช่วยรวบรวมข้อมูล ประสานการตรวจวิเคราะห์ วางแผนภาชนะและขนส่ง และคัดเลือกผู้รับดำเนินการตามชนิดของเสีย ส่งภาพของเสีย SDS ผลวิเคราะห์ ปริมาณ และจังหวัดโรงงานมาให้ทีมงานประเมินเบื้องต้นได้
การระบุรหัสและวิธีจัดการสุดท้ายต้องอ้างอิงกระบวนการ องค์ประกอบ คุณสมบัติจริง และขอบเขตที่ปลายทางได้รับอนุญาต เนื้อหานี้ใช้เตรียมข้อมูลเบื้องต้นและไม่แทนผลวิเคราะห์หรือการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกากกาวและซีลแลนท์
กากกาวทุกชนิดเป็นของเสียอันตรายหรือไม่
ไม่เสมอไป รหัส HM ในหมวด 08 04 เป็นรายการคู่ที่ต้องพิจารณาตัวทำละลาย สารอันตราย และคุณสมบัติจริง แต่เศษกาวหรือของเสียที่มีสารประกอบไอโซไซยาเนตรหัส 08 05 01 HA เป็นของเสียอันตรายโดยตรง
กาวสูตรน้ำถือว่าไม่อันตรายทันทีหรือไม่
ไม่ควรสรุปจากคำว่าสูตรน้ำ เพราะอาจมีสารกันเสีย สารเชื่อมขวาง โลหะ หรือสารอันตรายอื่น รวมถึงสิ่งปนจากกระบวนการ ต้องดู SDS สูตร และของเสียจริง
กาวแข็งตัวแล้วใช้รหัสเดียวกับกาวเหลวหรือไม่
ไม่ควรสรุปโดยอัตโนมัติ ต้องดูสูตร ระดับการแข็งตัว วัสดุที่ติดร่วม แหล่งกำเนิด และว่ามีรหัสกระบวนการเฉพาะที่ตรงกว่าหรือไม่
ผสมส่วน A กับ B เพื่อให้กาวแข็งก่อนทิ้งได้ไหม
ไม่ควรทำโดยไม่มีขั้นตอนที่ผ่านการประเมินและอนุมัติ การผสมอาจเกิดความร้อน ก๊าซ แรงดัน หรือแข็งตัวไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อสัดส่วนและปริมาณต่างจากการใช้งานปกติ
กาวโพลียูรีเทนใช้รหัส 08 05 01 HA ทุกกรณีหรือไม่
ให้ตรวจว่าเศษกาวหรือของเสียมีสารประกอบไอโซไซยาเนตจริงหรือไม่จาก SDS ของแต่ละส่วนและสภาพหลังใช้งาน ไม่ควรเลือกจากชื่อ PU อย่างเดียว
กากกาวต้องตรวจวิเคราะห์ทุกล็อตหรือไม่
ขึ้นกับความสม่ำเสมอของสูตร กระบวนการ เอกสาร และเกณฑ์ปลายทาง ล็อตที่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ผสมหลายแหล่ง ไม่ทราบสาร หรือมีสภาพผิดปกติอาจต้องตรวจเพิ่ม
กากกาวใส่ถัง 200 ลิตรหรือ IBC ได้หรือไม่
ใช้ได้เมื่อวัสดุภาชนะเข้ากันได้ ปิดได้ และเหมาะกับความหนืดกับวิธีนำออก กาวเหนียวอาจอุดวาล์ว IBC หรือทำให้นำออกยาก จึงต้องตกลงภาชนะกับผู้รับก่อนบรรจุ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 19 ตุลาคม 2569
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566
ใช้ตรวจหน้าที่ผู้ก่อกำเนิด การเก็บและติดฉลาก ห้องปฏิบัติการ Fingerprinting และรหัสของเสีย 08 04 กับ 08 05 01
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม: หน้าที่ผู้ก่อกำเนิดและการติดตามการจัดการ
ใช้ประกอบการอธิบายความรับผิดชอบของผู้ก่อกำเนิดจนของเสียได้รับการจัดการแล้วเสร็จ
- ระบบการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว กรมโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบสำหรับข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกโรงงาน
- ระบบค้นหาข้อมูลโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม
ใช้ตรวจสอบข้อมูลโรงงานและประกอบการตรวจปลายทาง
- OSHA: Isocyanates Overview
ใช้ประกอบคำอธิบายการใช้งานและความเสี่ยงจากการรับสัมผัสไอโซไซยาเนต ไม่ใช่เกณฑ์รหัสของเสียของประเทศไทย
- OSHA Appendix D: Safety Data Sheets
ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงโครงสร้างข้อมูล SDS เท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์จำแนกของเสียของประเทศไทย

