USED INDUSTRIAL OIL
น้ำมันใช้แล้วจากโรงงานขายได้ไหม? แยกน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันไฮดรอลิก และน้ำปนน้ำมันก่อนส่งกำจัด
ของเหลวสีดำไม่ได้เป็นน้ำมันชนิดเดียวกันทั้งหมด แยกแหล่งกำเนิด น้ำ และสิ่งปนเปื้อนให้ชัดก่อนประเมินมูลค่า เลือกวิธีจัดการ และนัดเข้ารับ

น้ำมันใช้แล้วขายได้ไหม? เริ่มจากคำตอบนี้
น้ำมันใช้แล้วจากโรงงานบางล็อตอาจมีมูลค่าและนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ารับซื้อได้ทุกล็อต ต้องพิจารณาชนิดน้ำมัน แหล่งกำเนิด ปริมาณน้ำ ตะกอน สารเคมีหรือตัวทำละลายที่ปน ความสม่ำเสมอ ปริมาณ และปลายทางที่ได้รับอนุญาตก่อน น้ำมันหล่อลื่นหรือน้ำมันไฮดรอลิกที่แยกเก็บชัดมักประเมินง่ายกว่าน้ำปนน้ำมัน อิมัลชัน และกากตะกอน ส่วนการขายไม่ได้ทำให้วัสดุที่โรงงานไม่ใช้แล้วหลุดจากข้อกำหนดการจัดการโดยอัตโนมัติ
น้ำมันใช้แล้วจากโรงงานคืออะไร ทำไมสีดำเหมือนกันแต่จัดการต่างกัน
น้ำมันใช้แล้ว คือ น้ำมันที่โรงงานไม่ประสงค์ใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมแล้ว เช่น น้ำมันหล่อลื่นจากเครื่องจักร น้ำมันเกียร์ น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันถ่ายเทความร้อน หรือน้ำมันที่แยกจากระบบดักน้ำมัน หลังใช้งานอาจมีน้ำ เศษโลหะ ฝุ่น สารเพิ่มคุณภาพ เชื้อเพลิง ตัวทำละลาย หรือสารจากกระบวนการปนอยู่ คุณสมบัติจึงไม่เท่ากับน้ำมันใหม่ในเอกสาร SDS เดิม
สีและความข้นช่วยสังเกตความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่สามารถยืนยันชนิดน้ำมัน รหัสของเสีย ความเป็นอันตราย หรือมูลค่าได้ น้ำมันหล่อลื่นที่แยกเก็บจากจุดเดียวกับของเหลวสีดำจากบ่อดักน้ำมันอาจมีน้ำและตะกอนต่างกันมาก แม้พนักงานจะเรียกรวมกันว่า ‘น้ำมันดำ’ ก็ตาม
แยก 4 กลุ่มนี้ก่อนส่งข้อมูลประเมิน
จุดเริ่มต้นที่ช่วยรักษาคุณภาพและลดคำถามคือ แยกของเสียตามกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง ไม่เทของเหลวทุกชนิดลงถังเดียวเพื่อให้ได้ปริมาณมากขึ้น หากโรงงานมีหลายเครื่องจักร ควรระบุด้วยว่าน้ำมันมาจากระบบใด ใช้ผลิตภัณฑ์เดิมอะไร และเปลี่ยนถ่ายในช่วงใด
| กลุ่มของเสีย | ตัวอย่างแหล่งกำเนิด | ประเด็นที่ใช้ประเมิน |
|---|---|---|
| น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเกียร์ | เครื่องจักร เกียร์บ็อกซ์ เครื่องยนต์ หรือระบบหมุนเวียน | ชนิดน้ำมันเดิม อายุใช้งาน น้ำ ตะกอน โลหะ และสารอื่นที่เติม |
| น้ำมันไฮดรอลิก | ชุดต้นกำลัง กระบอกไฮดรอลิก เครื่องอัด หรือเครื่องจักรเฉพาะ | ชนิดฐานน้ำมัน การรั่วปนน้ำหรือสารหล่อเย็น และประวัติการเปลี่ยนชนิดน้ำมัน |
| น้ำปนน้ำมันหรืออิมัลชัน | Oil-water separator บ่อดักน้ำมัน น้ำล้าง หรือระบบหล่อเย็น | สัดส่วนน้ำ การแยกชั้น สารลดแรงตึงผิว pH และตะกอน |
| กากน้ำมันและของเหลวก้นถัง | ก้นถัง บ่อพัก การล้างถัง หรือตะกอนจากอุปกรณ์แยกน้ำมัน | ของแข็งอิสระ น้ำ สารเคมี จุดวาบไฟ และวิธีสูบหรือบรรจุ |
หากน้ำมันสัมผัสตัวทำละลาย สารทำความสะอาด น้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก หรือสารเคมีอื่น ให้แยกล็อตและแจ้งทันที ไม่ควรทดลองผสมเพื่อดูการแยกชั้นเอง
รหัสของเสียน้ำมันใช้แล้วที่โรงงานมักพบ
บัญชีท้ายประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 จัดของเสียน้ำมันไว้ในกลุ่ม 13 และแยกตามชนิดกับแหล่งกำเนิด ตัวอย่างเช่น 13 01 10 HA สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่เป็นน้ำมันแร่ไม่มีคลอรีน และ 13 02 05 HA สำหรับน้ำมันเครื่องยนต์ น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันหล่อลื่นที่เป็นน้ำมันแร่ไม่มีคลอรีน โดยยังมีรหัสอื่นสำหรับน้ำมันสังเคราะห์ น้ำมันย่อยสลายง่าย น้ำมันที่มีคลอรีน และน้ำมันที่ไม่สามารถระบุชนิดได้
ของเสียจากอุปกรณ์แยกน้ำกับน้ำมันอยู่ในกลุ่ม 13 05 เช่น 13 05 02 HA กากตะกอนจากอุปกรณ์แยกน้ำ-น้ำมัน, 13 05 06 HA น้ำมันจากอุปกรณ์แยกน้ำ-น้ำมัน และ 13 05 07 HA น้ำปนน้ำมันจากอุปกรณ์แยกน้ำ-น้ำมัน ส่วนอิมัลชันชนิดอื่นมีตัวอย่างรหัส 13 08 02 HA
รหัสเหล่านี้เป็นตัวอย่างสำหรับช่วยค้นบัญชี ไม่ใช่รหัสสำเร็จรูปที่ใช้แทนการจำแนก โรงงานต้องเริ่มจากกระบวนการที่ก่อกำเนิด ชนิดผลิตภัณฑ์ สารที่ปน และคุณสมบัติของล็อตจริง เพราะรหัสจากกระบวนการเฉพาะอาจเหมาะสมกว่า และการเรียกของเสียว่า ‘น้ำมันดำ’ หรือ ‘น้ำมันเก่า’ ยังไม่เพียงพอ
น้ำมันใช้แล้วขายได้เมื่อไร และกรณีไหนอาจมีค่ากำจัด
การมีน้ำมันอยู่ในของเสียไม่ได้รับประกันว่าจะขายได้ ผู้ประเมินต้องตรวจว่าล็อตนั้นเหมาะกับการนำกลับไปใช้ประโยชน์ การปรับสภาพ หรือการกลั่นน้ำมันพื้นฐานใหม่หรือไม่ และปลายทางมีสิทธิรับกับเทคโนโลยีที่รองรับของเสียชนิดนั้นหรือไม่ กรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุถึงแนวทางนำน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ใช้แล้วมากลั่นใหม่เป็น Re-refined Base Oil แต่การรับของเสียจริงยังต้องพิจารณาเป็นรายล็อต
น้ำมันที่ระบุแหล่งกำเนิดได้ แยกเก็บสม่ำเสมอ และมีน้ำหรือตะกอนต่ำมักตรวจประเมินได้ง่ายกว่า ล็อตที่ปนน้ำมาก เป็นอิมัลชัน มีสารเคมี ตัวทำละลาย หรือกากหนาอาจต้องวิเคราะห์และใช้วิธีจัดการต่างออกไป บางกรณีจึงเป็นงานรับซื้อ บางกรณีมีเพียงค่าเข้ารับ และบางกรณีเป็นงานบำบัดหรือกำจัดที่มีค่าใช้จ่าย
กรมโรงงานอุตสาหกรรม: แนวทางยกระดับการจัดการน้ำมันเครื่องใช้แล้ว

ราคารับซื้อน้ำมันใช้แล้วและค่ากำจัดคิดจากอะไร
คำถามว่า ‘น้ำมันเก่าลิตรละเท่าไร’ ยังตอบไม่ได้หากไม่มีรายละเอียดล็อต เพราะข้อเสนอสุทธิอาจรวมมูลค่าวัสดุ ค่าขนส่ง ค่าแรงสูบ ค่าภาชนะ ค่าวิเคราะห์ และค่าปลายทางต่างกัน โรงงานควรเปรียบเทียบทั้งขอบเขตงานและหลักฐานหลังดำเนินการ ไม่ใช่ดูตัวเลขรับซื้อต่อหน่วยเพียงอย่างเดียว
| ปัจจัย | ผลต่อการประเมิน | ข้อมูลที่ควรส่ง |
|---|---|---|
| ชนิดและแหล่งกำเนิด | ใช้เลือกแนวทางปลายทางและรายการตรวจ | ชื่อผลิตภัณฑ์เดิม SDS จุดที่เกิด และกระบวนการ |
| น้ำ อิมัลชัน และตะกอน | มีผลต่อปริมาณน้ำมันที่นำกลับได้ การสูบ และการปรับสภาพ | การแยกชั้น ปริมาณน้ำโดยประมาณ ของแข็ง และภาพตัวอย่าง |
| สารปนเปื้อน | อาจจำกัดการรับเข้า เพิ่มความเสี่ยง หรือเปลี่ยนวิธีจัดการ | ตัวทำละลาย ฮาโลเจน โลหะ เชื้อเพลิง สารเคมี และประวัติการผสม |
| ปริมาณและความต่อเนื่อง | มีผลต่อรอบรถ ความคุ้มค่าการรวบรวม และขนาดภาชนะ | ลิตรหรือกิโลกรัมต่อครั้ง จำนวนถัง และความถี่ |
| หน้างานและระยะทาง | มีผลต่อรถ ปั๊ม สายสูบ อุปกรณ์ยก และเวลาปฏิบัติงาน | จังหวัด จุดโหลด ระยะสายสูบ ทางเข้า และข้อจำกัดเวลา |
| เอกสารและปลายทาง | มีผลต่อขั้นตอนอนุญาต การติดตาม และหลักฐานปิดงาน | รหัสของเสีย ผลวิเคราะห์ เอกสารขนส่ง และรายการเอกสารที่ต้องการ |
น้ำมันใช้แล้วต้องตรวจค่าอะไรบ้างก่อนเข้ารับ
ไม่จำเป็นต้องสั่งตรวจทุกค่ากับทุกล็อต รายการควรเริ่มจากคำถามที่ต้องตอบ เช่น ยืนยันชนิด ตรวจรับเข้าปลายทาง ประเมินการติดไฟ แยกน้ำ หรือคัดกรองสารปนเปื้อน ประกาศ พ.ศ. 2566 ยกตัวอย่างข้อมูล Fingerprinting ของผู้รับดำเนินการ เช่น ภาพ สี ความถ่วงจำเพาะ สถานะทางกายภาพ จุดวาบไฟ pH ปริมาณฮาโลเจน และเปอร์เซ็นต์น้ำ โดยให้เลือกตามลักษณะของเสีย
ข้อมูลเบื้องต้นอาจประกอบด้วยปริมาณน้ำหรือน้ำอิสระ ตะกอน ความหนืดหรือความถ่วงจำเพาะ จุดวาบไฟเมื่อสงสัยสารไวไฟ และฮาโลเจนเมื่อมีโอกาสปนสารคลอรีน โลหะหรือสารเป้าหมายควรเลือกจากเครื่องจักร วัตถุดิบ และประวัติการใช้งาน หากเป็นน้ำมันฉนวนจากหม้อแปลง ต้องแยกไว้และตรวจประวัติอุปกรณ์กับความเสี่ยง PCB ก่อนกำหนดการเก็บตัวอย่างหรือปลายทาง
หากต้องใช้ผลวิเคราะห์เพื่อประกอบการขออนุญาต ประกาศกำหนดให้ใช้ห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐ หรือห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลที่กรมโรงงานฯ เห็นชอบ ควรตกลงวิธีทดสอบ หน่วย และการเก็บตัวอย่างกับผู้รับผิดชอบก่อนส่งตรวจ
SDS ของน้ำมันใหม่ช่วยระบุผลิตภัณฑ์ตั้งต้น แต่ไม่แทนผลของน้ำมันหลังใช้งาน เพราะของเสียอาจรับน้ำ โลหะ สารเคมี และสิ่งปนเปื้อนจากกระบวนการเพิ่มขึ้น
จัดเก็บน้ำมันใช้แล้วอย่างไร ก่อนรถเข้ารับ
ภาชนะต้องเหมาะกับของเสีย อยู่ในสภาพปลอดภัย ปิดฝา และไม่รั่ว โรงงานควรแยกของเสียอันตรายกับของเสียไม่อันตรายให้ชัด จัดพื้นที่รองรับการหกหรือรั่วไหล และป้องกันการปนเปื้อนลงดิน น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดินตามสภาพพื้นที่ หากเก็บในอาคารต้องมีความมั่นคง พื้นที่เพียงพอ และการระบายอากาศที่เหมาะสม
ฉลากตามประกาศ พ.ศ. 2566 ต้องมีอย่างน้อยชื่อผู้ก่อกำเนิด ชื่อและรหัสของเสีย วันที่เริ่มบรรจุ และวันที่ปิดผนึกภาชนะ พร้อมจัดทำแผนผังการจัดเก็บให้เป็นปัจจุบัน หน้างานควรกำหนดป้ายเตือนและอุปกรณ์ตอบโต้การรั่วไหลตามความเสี่ยงจริง
- แยกถังตามชนิดน้ำมัน เครื่องจักร จุดกำเนิด และรหัสล็อต
- ไม่เติมน้ำ ตัวทำละลาย น้ำมันเบรก น้ำหล่อเย็น หรือสารเคมีลงในน้ำมันใช้แล้ว
- วางถังตั้งตรงบนพื้นที่แข็งแรงและระบบรองรับการรั่วไหล ตรวจฝา วาล์ว และสนิมเป็นระยะ
- เก็บห่างจากท่อระบายน้ำ ความร้อน ประกายไฟ และกิจกรรมที่อาจทำให้ภาชนะกระแทก
- ไม่เปิดดม ไม่ใช้ไฟทดสอบ ไม่ให้ความร้อน และไม่สูบถ่ายด้วยอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้ตรวจความเหมาะสม
- หากพบชั้นน้ำ ตะกอน กลิ่นผิดปกติ หรือถังบวม ให้หยุดเคลื่อนย้ายและให้ผู้รับผิดชอบประเมินก่อน
เช็กลิสต์ 11 ข้อ ก่อนขอราคาน้ำมันใช้แล้ว
ส่งข้อมูลที่มีจริงก่อนได้ หากยังไม่ทราบให้ระบุว่าไม่ทราบ ไม่ควรเดาชนิดน้ำมัน เปอร์เซ็นต์น้ำ หรือรหัสของเสีย เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อรถ อุปกรณ์ ปลายทาง และข้อเสนอ
- ชื่อของเสียที่หน้างานใช้ และชื่อผลิตภัณฑ์น้ำมันเดิม
- ชนิดน้ำมัน เช่น หล่อลื่น เกียร์ ไฮดรอลิก ฉนวน ถ่ายเทความร้อน หรือน้ำมันจากเครื่องแยก
- เครื่องจักร กระบวนการ และจุดที่ทำให้เกิดของเสีย
- SDS ฉลากเดิม รหัสของเสีย และเหตุผลที่เลือกรหัส หากมี
- สารที่อาจปน เช่น น้ำ น้ำหล่อเย็น ตัวทำละลาย เชื้อเพลิง โลหะ หรือสารเคมี
- ลักษณะการแยกชั้น อิมัลชัน ตะกอน กลิ่น และของแข็งอิสระ โดยไม่เปิดดม
- ผลวิเคราะห์ฉบับเต็ม วันที่และจุดเก็บตัวอย่าง หากมี
- ปริมาณต่อครั้ง จำนวนภาชนะ น้ำหนักหรือปริมาตร และความถี่ที่เกิด
- ชนิดภาชนะ สภาพฝาและวาล์ว การรั่วซึม และวิธีสูบหรือยกขน
- จังหวัด จุดโหลด ทางเข้า ระยะสายสูบ อุปกรณ์ที่มี และช่วงเวลาทำงาน
- วันที่ต้องการเข้ารับ เอกสารที่ต้องใช้ และประวัติการส่งจัดการครั้งก่อน
ขายน้ำมันใช้แล้วแล้ว โรงงานยังต้องติดตามอะไรต่อ
ประกาศ พ.ศ. 2566 นิยามวัสดุที่ไม่ใช้แล้วครอบคลุมวัสดุที่โรงงานไม่ประสงค์ใช้ตามวัตถุประสงค์เดิม ไม่ว่าจะมีมูลค่าหรือขายได้หรือไม่ และกำหนดให้ผู้ก่อกำเนิดรับผิดชอบจนกว่าการจัดการจะแล้วเสร็จ โรงงานจึงควรตรวจผู้ขนส่ง ผู้รับดำเนินการ รหัส ปริมาณ วิธีจัดการ และปลายทางของล็อตจริงก่อนนำออกจากพื้นที่
เอกสารควรเชื่อมโยงรหัสล็อตกับใบชั่ง เอกสารแสดงการจัดการหรือ Manifest หลักฐานตรวจรับ และหลักฐานจัดการแล้วเสร็จ หากของเสียไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต ผู้รับอาจปฏิเสธรับได้ การส่งข้อมูลตรงตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดการตีกลับและความเสี่ยงระหว่างขนส่ง
กรมโรงงานอุตสาหกรรม: ความรับผิดของผู้ก่อกำเนิดจนจัดการแล้วเสร็จ
ส่งข้อมูลน้ำมันใช้แล้วให้ WE RICH P ประเมิน
WE RICH P รับข้อมูลน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันเกียร์ น้ำปนน้ำมัน อิมัลชัน และกากน้ำมันจากโรงงาน เพื่อประเมินแนวทางเข้ารับ นำกลับไปใช้ประโยชน์ บำบัด หรือกำจัดเป็นรายกรณี การยืนยันรับซื้อ ราคา และปลายทางขึ้นกับชนิด แหล่งกำเนิด คุณสมบัติ ปริมาณ ผลวิเคราะห์ และข้อจำกัดหน้างานจริง
เริ่มจากส่งภาพภาชนะและพื้นที่เก็บ ชื่อผลิตภัณฑ์เดิม จุดกำเนิด ปริมาณ จังหวัด สารที่อาจปน และผลวิเคราะห์ที่มี ทีมงานจะตรวจข้อมูลเบื้องต้นและแจ้งว่าควรขอเอกสาร เก็บตัวอย่าง หรือนัดสำรวจเพิ่มเติมอย่างไร
ดูหมวดน้ำมันและตัวทำละลายใช้แล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำมันใช้แล้วจากโรงงาน
น้ำมันใช้แล้วจากโรงงานมีมูลค่าทุกชนิดไหม?
ไม่มีมูลค่าทุกชนิด ต้องประเมินชนิดน้ำมัน แหล่งกำเนิด ปริมาณน้ำ ตะกอน สารปนเปื้อน ปริมาณ และปลายทาง บางล็อตอาจรับซื้อได้ บางล็อตอาจเข้ารับโดยไม่มีมูลค่า และบางล็อตมีค่าบำบัดหรือกำจัด
น้ำมันไฮดรอลิกกับน้ำมันเครื่องเทรวมกันได้ไหม?
ควรแยกเก็บตามชนิดและจุดกำเนิดก่อน การเทรวมทำให้ข้อมูลของแต่ละล็อตหายไปและอาจเพิ่มรายการตรวจ หากจำเป็นต้องรวมต้องให้ผู้รับผิดชอบตรวจความเข้ากันได้ รหัส และข้อกำหนดของปลายทางก่อน
น้ำมันปนน้ำยังขายได้ไหม?
ส่งข้อมูลเพื่อประเมินได้ แต่ปริมาณน้ำ การเกิดอิมัลชัน ตะกอน และสารเคมีที่ปนมีผลต่อแนวทางกับราคา น้ำปนน้ำมันจากอุปกรณ์แยกน้ำมันเป็นคนละลักษณะกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีน้ำติดเพียงเล็กน้อย จึงไม่ควรใช้ข้อเสนอเดียวกัน
ต้องตรวจน้ำมันใช้แล้วทุกล็อตหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกค่ากับทุกล็อต ควรกำหนดรายการจากแหล่งกำเนิด ความสม่ำเสมอ ประวัติการเปลี่ยนสูตร ความเสี่ยง และเงื่อนไขของปลายทาง บางงานเริ่มจากเอกสารกับตัวอย่างได้ แล้วจึงเลือกค่าที่จำเป็น
น้ำมันหม้อแปลงเก่ารวมกับน้ำมันหล่อลื่นได้ไหม?
ไม่ควรรวม น้ำมันฉนวนมีรหัสและประเด็นการปน PCB เฉพาะ ต้องตรวจประวัติอุปกรณ์ ปีผลิต การบำรุงรักษา และผลที่เกี่ยวข้องก่อนเลือกวิธีเก็บตัวอย่าง ขนส่ง หรือปลายทาง
เก็บน้ำมันใช้แล้วในถัง 200 ลิตรหรือ IBC ได้ไหม?
ต้องตรวจความเข้ากันได้ของวัสดุภาชนะ สภาพถัง ฝา วาล์ว การรั่ว และข้อจำกัดการขนส่งก่อน ใช้ภาชนะที่เหมาะสม ปิดสนิท ติดฉลาก วางบนระบบรองรับการรั่วไหล และแยกล็อตให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
น้ำมันใช้แล้วรับซื้อลิตรละเท่าไร?
ไม่มีราคากลางที่ใช้ได้กับทุกล็อต ราคาและค่าใช้จ่ายขึ้นกับชนิดน้ำมัน น้ำ ตะกอน สารปนเปื้อน ปริมาณ ภาชนะ ระยะทาง อุปกรณ์หน้างาน ผลวิเคราะห์ และวิธีจัดการ จึงต้องส่งข้อมูลล็อตจริงก่อน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 23 กันยายน 2569
- กระทรวงอุตสาหกรรม — ประกาศการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566
นิยามวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ข้อกำหนดการจัดเก็บ การติดฉลาก การวิเคราะห์ Fingerprinting และบัญชีรหัสของเสียน้ำมันกลุ่ม 13
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — ความรับผิดของผู้ก่อกำเนิดและระบบ Manifest ตามประกาศ พ.ศ. 2566
ความรับผิดของโรงงานผู้ก่อกำเนิดตั้งแต่ต้นทางจนจัดการแล้วเสร็จ
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — การยกระดับการจัดการน้ำมันเครื่องใช้แล้ว
แนวทางนำน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ใช้แล้วมากลั่นใหม่เป็นน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและกลไกควบคุมแหล่งกำเนิด
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — ระบบจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม
ช่องทางระบบและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกโรงงาน
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม — ระบบค้นหาข้อมูลโรงงาน
ช่องทางตรวจข้อมูลผู้รับดำเนินการและปลายทางก่อนว่าจ้าง

